fbpx ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จากโรค MG คืออะไร ผ่าตัดหายหรือไม่?

ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จากโรค MG คืออะไร ผ่าตัดหายหรือไม่?

“ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” ที่มีสาเหตุจากโรค MG (Myasthenia gravis)

เปลือกตาตก ตาปรือ หรือที่เราเรียกว่า กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง MG (Myasthenia gravis)

                   เปลือกตาตก ตาปรือ หรือที่เราเรียกว่า กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนั้น อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความหย่อนยานของกล้ามเนื้อตาตามวัย การใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด เป็นภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการผ่าตัดดึงกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ ซึ่งเป็นวิธีการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากในปัจจุบัน ด้วยเทคนิคการผ่าตัดลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ให้สามารถออกแรงเปิดตาได้ดีขึ้น ทำให้คนไข้ลืมตาได้เต็มที่ หลังจากผ่าตัดจะช่วยให้หายจากอาการตาปรือ เปลือกตาตก ดวงตาดูสดใสขึ้น แต่ยังมีอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ โรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง MG (Myasthenia gravis) ที่ส่งผลให้คนไข้มีอาการเปลือกตาตก ตาปรือได้เช่นเดียวกับภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงชนิดอื่น แต่มีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน สำหรับคนที่มีอาการตาปรือ เปลือกตาตก แล้วสงสัยว่าตนเองจะเป็นโรค MG หรือไม่ ลองมารู้จักกับโรค MG (Myasthenia gravis) ให้มากขึ้นกัน

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง MG (Myasthenia gravis) คืออะไร มีสาเหตุจากอะไร

                   MG (Myasthenia gravis) เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เนื่องจากร่างกายสร้างแอนติบอดี้บางชนิดขึ้นมายับยั้งหรือทำลายโปรตีน ที่มีบทบาทสำคัญในการรับสารอะซีทิลคอลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่อยู่บริเวณรอยต่อเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อไม่สามารถรับสัญญาณจากเส้นประสาทได้ จะก่อให้เกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ลดลง โรค MG นี้ มักพบในเพศหญิง อายุ 20-40 ปี และเพศชาย อายุ 50 ปีขึ้นไป

อาการที่พบบ่อย

                   กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไข้โรค MG โดยจะมีลักษณะอาการเด่นๆ คือ เปลือกตาตก ลืมตาลำบาก เปลือกตาตกอาจเป็นเพียงข้างเดียว หรือทั้งสองข้างก็ได้ แต่กรณีที่คนไข้มีเปลือกตาตกข้างเดียว จะทำให้ตาดูไม่เท่ากันอย่างชัดเจน

โรค MG (Myasthenia gravis) ต่างจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอย่างไร

                   ลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือ ผู้ป่วยโรค MG จะมีอาการเปลือกตาตกไม่คงที่ในระหว่างวัน ตื่นนอนตอนเช้า มีอาการไม่มาก ตกบ่าย หรือเย็นๆ หลังเลิกงาน อาการเป็นมากขึ้น ถ้าได้พักการใช้งาน เช่น หลับตาสักพัก อาการจะดีขึ้น นอกจากนี้อาจมีภาวะกล้ามเนื้อควบคุมการกลอกตาอ่อนแรงร่วมด้วย ทำให้เห็นภาพซ้อน หรือ ตาเหล่ ตาเขได้

โรค MG อันตรายหรือไม่

                   อันตรายของโรค MG คือ ในบางรายอาจมีกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั้งร่างกายได้ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีแรก ทำให้มีอาการแขนขาอ่อนแรง กลืนลำบาก เสียงแหบ ซึ่งหากมีอาการในส่วนของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการหายใจอ่อนแรงร่วมด้วย อาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

หากเป็นโรค MG ควรรักษาอย่างไร

                   หลักการรักษาของโรค MG คือการให้ยารับประทาน เพื่อกดภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้ตัวที่ก่อปัญหาขึ้นมา ร่วมกับให้ยาเพิ่มกำลังการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่ออาการดีขึ้น แพทย์จะค่อยๆ ปรับลดขนาดยาให้เหมาะสม ในบางรายที่มีอาการรุนแรงจะพิจารณาผ่าตัดต่อมไทมัสร่วมด้วย

โรค MG ผ่าตัดแก้ไขเปลือกตาตกได้หรือไม่

                   ในช่วงแรกของโรค ขณะกำลังปรับยา ไม่แนะนำให้ผ่าตัด เนื่องจากอาการยังไม่คงที่ อาจทำให้คาดคะเนผลการผ่าตัดยาก หลังผ่าตัดอาจทำให้ตาโตเกินธรรมชาติ หรือเปลือกตายังคงตกอยู่ แนะนำให้ผ่าตัดในรายที่รักษาด้วยยาเต็มที่แล้ว แต่พบว่ายังเหลือเปลือกตาตกอยู่ ต้องการผ่าตัดเพิ่มเติม โดยระยะเวลาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ว่าสมควรผ่าตัดหรือยัง

การผ่าตัดแก้ไขเปลือกตาตก ตาปรือ ด้วยการดึงกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์

                   การดึงกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ เป็นเทคนิคการผ่าตัดปรับระดับกล้ามเนื้อตาให้แข็งแรงขึ้น สามารถเปิดตาได้เต็มที่ โดยไม่ต้องพยายามเบิ่งตา นิยมทำร่วมกับการทำตาสองชั้น เพื่อกำจัดหนังตาส่วนเกิน และเย็บชั้นตาให้เป็นตาสองชั้นที่สวยงาม โดยมีขั้นตอนการผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่าการทำตาสองชั้นธรรมดา ต้องอาศัยความชำนาญพิเศษในการผ่าตัด โดยแพทย์ที่มีเข้าใจโครงสร้างของเปลือกตาอย่างลึกซึ้งเท่านั้นที่จะสามารถวิเคราะห์ปัญหาตาอย่างละเอียด และสามารถปรับระดับการเปิดตาให้เท่ากันทั้งสองข้าง ทำให้ตาดูสดใสขึ้น และในระยะยาวเปลือกตาจะไม่กลับมาตกซ้ำ

 

เคสทำตาสองชั้น พร้อมดึงกล้ามเนื้อตา และเปิดหัวตา เทคนิคหมอรวงข้าว ก่อนทำ ตาปรือ เปลือกตาตก กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

เคสทำตาสองชั้น พร้อมดึงกล้ามเนื้อตา และเปิดหัวตา เทคนิคหมอรวงข้าว ก่อนทำ ตาปรือ เปลือกตาตก กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หลังทำ ชั้นตาชัดเจน ตาเรียวยาวได้สัดส่วน ตาไม่ตก ไม่ปรือ ตาดูกลมโต และดูสดใสขึ้น

                   หากมีอาการเปลือกตาตก อย่าเพิ่งรีบผ่าตัด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะจักษุแพทย์ เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่ทำให้เปลือกตาตก เพราะภาวะเปลือกตาตกอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอันตรายที่ซ่อนอยู่

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก นพ. อัครวิชญ์ เอี่ยมสำอางค์ (คุณหมอโค้ก)

จักษุแพทย์ ผู้ชำนาญด้านประสาทจักษุ แพทย์ Lovely Specialist ของ Lovely Eye & Skin Clinic