พญ. สุชีรา ตติเวชกุล

“การผ่าตัดทำตาสองชั้นในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว 

พอตาสวย ก็ทำให้เราสวยขึ้น ช่วยเสริมความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น”

 

พญ. สุชีรา ตติเวชกุล หรือคุณหมออ้อย

                  จักษุแพทย์ที่มีความชำนาญการทำตาสองชั้นและแก้ไขปัญหาตา โดยเฉพาะทางด้านกระจกตาเป็นพิเศษ เป็นหนึ่งในทีมแพทย์สเปเชียลลิสต์ที่ได้รับการเทรนเทคนิคการผ่าตัดทำตาสองชั้นและเปิดหัวตาอย่างละเอียดทุกขั้นตอน โดยคุณหมอรวงข้าวโดยตรง พร้อมประสบการณ์การเป็นจักษุแพทย์มาอย่างยาวนาน ทำให้มีความเข้าใจในลักษณะและปัญหาดวงตาของคนไข้ที่แตกต่างกันในแต่ละคน ทั้งยังคอยพัฒนาความสามารถในการผ่าตัดทำตาสองชั้นตลอดเวลา ด้วยปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้คนไข้มีความสุขจากการที่มีดวงตาที่สวยขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น   

 

Education and Professional Background

  • 2001 Medical doctor , Faculty of Medicine Khonkaen University ,Thailand
  • 2004-2007 Ophthalmology resident , Chiangmai University Hospital 
  • 2007 Certificated in General Ophthalmology , Chiangmai University ,Thailand 
  • 2015 Certificated of intensive Advances course in Basic Aesthetic Dermatology ,Mah Fah Luang University
  • Certificated of Recent Advances in Aesthetic Dermatology ,Mah Fah Luang University
  • 2001-2004 Internship , Phetchabun hospital 
  • 2007-2008 Ophthalmology ,eye surgeon , Loei hospital
  • 2008-2016 Full time Ophthalmologist , Banphaeo General Hospital 
  • 2016-present Part time Ophthalmologist , Banphaeo General Hospital 
  • Cumulative eye surgery from 2004-present more than 7,000 of cases

 

รู้จักหมออ้อยหลากหลายแง่มุม

แพทย์ sur เต็มตัว_200824.jpg

ก่อนมาเป็น ‘จักษุแพทย์’

                 “ หมอเป็นจักษุแพทย์เฉพาะทางสาขากระจกตา และแก้ไขสายตาผิดปกติ แต่สนใจการผ่าตัดศัลยกรรมดวงตา เพราะเห็นผลงานของคุณหมอรวงข้าว ซึ่งตอนนั้นเป็นรุ่นน้องจักษุแพทย์ที่รู้จักกัน ก็รู้สึกว่าเขาทำตาสวย ก็เลยคิดว่าเราเองก็เป็นหมอตาก็น่าจะทำได้เหมือนกัน ก็เลยสนใจ เพราะตอนที่เรียน อาจารย์เขาไม่ได้สอนแบบนี้โดยตรง เราต้องไปหาความรู้เอง ไปประชุมบ้าง และมาเรียนกับหมอรวงข้าวด้วย ได้มาดูเคสจริง ลงมือผ่าตัดจริง ทำให้เข้าใจเรื่องของการศัลยกรรมเปลือกตามากยิ่งขึ้น ”

 

ทำไมคุณหมอถึงเลือกเป็นจักษุแพทย์

                 “ ตอนเรียนมีการเปลี่ยนแผนกย่อยไปเรื่อยๆ พอเจอแผนกตา หมอก็รู้สึกสนใจเป็นพิเศษ เพราะมือของเราเล็กอะค่ะ เราเลือกทำอะไรเล็กๆ น่าจะดีกว่า ซึ่งลองคิดๆ ดู ถ้าจะให้เป็นหมออายุรกรรม สำหรับหมอเองก็ชอบการผ่าตัดมากกว่า ถ้าเป็นหมอศัลยกรรมก็ดูหนักเกินไป เป็นหมอกระดูกก็คงไม่ไหว ก็เลยหาแผนกที่ออกแนวผู้หญิงและทำอะไรเล็กๆ น่าจะดีกว่า ก็เลยเลือกเรียนจักษุแพทย์ค่ะ ได้ผ่าตัดดวงตา ซึ่งเป็นอวัยวะเล็กๆ ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว ” 

 

รักษาโรคเกี่ยวกับกระจกตา  กับ ผ่าตัดเปลือกตา แตกต่างกันอย่างไร ?

                 “ คนละแบบเลยค่ะ การรักษาคนไข้กระจกตา เป็นการรักษาโดยเน้นให้การมองเห็นดีขึ้น แต่ถ้าเป็นในลักษณะการศัลยกรรมตกแต่ง จะเป็นลักษณะที่ว่าอยากให้คนไข้สวยขึ้น ตาดูสดใสขึ้นหลังจากที่ทำ 

ที่โรงพยาบาล คนไข้สูงอายุจะมีหนังตาตกลงมาเยอะ ซึ่งเราจะเน้นในเรื่องของการรักษา เพราะคนไข้ที่มีหนังตาตกลงมาบัง จะทำให้มองไม่ค่อยชัด มองได้ภาพมุมแคบๆ ตอนนั้นหมอจะเน้นในเรื่องของการรักษาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้วางเป้าไว้ว่า ทำแล้วคนไข้ต้องสวยขึ้น ตอนนั้นความสวยจะเป็นปัจจัยรองค่ะ ”

 

การรักษาหนังตาตกในคนไข้สูงวัย ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ?

                 “ ต้องดูว่าปัจจัยหลักที่ทำให้หนังตาของคนสูงอายุตกลงมาเกิดจากอะไร ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากคอลลาเจนที่ขาดหายไป และยังมีการตกของเปลือกตาร่วมด้วย ไม่เหมือนกับคนหนุ่มสาว หรือวัยที่ยังไม่มีการหย่อนคล้อย การรักษาตาในคนสูงวัย จะทำได้ยากกว่า เพราะหมอต้องประเมินเนื้อส่วนเกินที่ต้องทำการผ่าตัดออก ซึ่งคนสูงวัยจะมีความหย่อนคล้อยมาก ทำให้ประเมินได้ยาก แต่คนไข้อายุมากส่วนใหญ่ไม่ได้กังวลเรื่องความสวยงามเป็นหลัก แต่เน้นการมองเห็นได้ชัดขึ้น ไม่มีอะไรมาบังสายตามากกว่า

                 นอกจากนี้แล้ว หลังจากตัดหนังส่วนที่ตกลงมาออกไป การเย็บแผลนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาของคนไข้เป็นอย่างไร หากคนไข้มีโครงคิ้วแคบ จะทำชั้นตาสูงไม่ได้ บางทีอาจต้องมีการยกคิ้ว เพื่อให้ชั้นตาสูงขึ้น หรือบางทีคนไข้มีปัญหาคิ้วตก คิ้วไม่เท่ากัน มีปัญหาหลายๆ อย่าง ซึ่งอาจจะต้องแก้ให้คิ้วเท่ากันก่อน แล้วค่อยมาดูอีกทีว่าจะทำอย่างไรให้เท่ากันที่สุด ส่วนใหญ่คนไข้จะมีชั้นตาอยู่แล้ว แต่พออายุเพิ่มขึ้น หนังตาจะย้อยตกลงมา ซึ่งถ้าเป็นคนหนุ่มสาว ก็จะไม่มีหนังย้อย เพราะคอลลาเจนยังเยอะอยู่นั่นเองค่ะ ”

 

แรงบันดาลใจที่ทำให้ผันตัวมาเป็นหมอศัลยกรรมเปลือกตา

                 “ เคยรู้สึกว้าวกับรุ่นน้องที่เป็นจักษุแพทย์ที่รู้จักกัน ซึ่งก็คือหมอรวงข้าวค่ะ เขาทำตาให้คนไข้และสวยมาก จากเดิมหมอไม่เคยคิดจะไปทำแนวนี้ ก็ทำให้เกิดความท้าทายขึ้น เพราะคิดว่าเราเองก็ทำได้เหมือนกัน ก็เลยเริ่มต้น ณ จุดนั้น ” 

 

ประสบการณ์ดูแลเกี่ยวกับดวงตา

                 “ ประมาณ 14 ปีแล้วค่ะ ”

 

รู้จักคุณหมอรวงข้าวได้อย่างไร

                 “ หมอเคยเห็นหมอรวงข้าวตอนที่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ และมาเห็นอีกทีตอนที่หมอรวงข้าวมีชื่อเสียงแล้วค่ะ ”

 

สาเหตุที่ตัดสินใจร่วมงานกับหมอรวงข้าว

                 “ ส่วนหนึ่งเพราะหมอรวงข้าวเป็นรุ่นน้องที่หมอเคยเห็นมาก่อน และหมอรวงข้าวก็ทำตาสวย เราก็เลยรู้สึกว่า จริงๆ อยากเรียนรู้เพิ่มจากคนๆ นี้ จริงๆ ตอนนั้นเราอาจเลือกไปเรียนที่เกาหลีก็ได้ แต่ถ้าเรียนกับน้องที่เรารู้จัก เวลาเกิดข้อสงสัย ก็จะสอบถาม หรือขอคำแนะนำได้ทันที เรียนกับคนที่เก่งแล้วน่าจะดีกว่า ”

 

การเข้ามาเป็นแพทย์ Lovely Specialist มีความกดดันบ้างไหม ?

                 “ การทำตาให้คนสูงอายุ กับคนหนุ่มสาวจะแตกต่างกัน คนสูงอายุบางทีเขาไม่ได้อยากสวยมาก เพียงแค่อยากมองเห็นได้ดีขึ้น แต่คนหนุ่มสาวจะคาดหวังเรื่องความสวยงาม ซึ่งก็หมอเข้าใจนะคะ เราเองยังอยากสวยเลย ช่วงแรกๆ ที่เข้ามาเป็นแพทย์ Lovely Specialist ก็จะมีความกดดันอยู่บ้างค่ะ ”

 

เคสที่ทำให้คุณหมอปลื้มปริ่ม

                 “ จริงๆ ปลื้มเกือบทุกเคสที่ทำเลย ช่วงแรกๆ อาจจะมีบ้างที่คนไข้มีปัญหาเรื่องแผลผ่าตัด แต่เมื่อเราทำและพัฒนาฝีมือมาเรื่อยๆ เราก็จัดการกับปัญหาได้เป็นอย่างดี ” 

 

วิธีกำจัดความกดดัน

                 “ ต้องพักและผ่อนออกค่ะ เพราะบางทีเรายังตอบไม่ได้ว่า มีอะไรที่ตัวเองยังไม่เข้าใจหรือเปล่า ทำให้บางทีก็ต้องถอยออกมานิดหนึ่ง ให้เราเจอสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร ให้เรารู้สึกมั่นใจว่าจะสามารถแก้มันได้ก่อน แล้วค่อยกลับเข้ามา เต็มที่กับมันอีกครั้งหนึ่ง ”

 

ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ คุณหมอคิดเห็นอย่างไร

                 “ เห็นด้วยเลยค่ะ เพราะเวลามองหน้าใครสิ่งที่จะสะดุดตาเป็นสิ่งแรกบนใบหน้าก็คือดวงตา ยิ่งพอเข้ามาในวงการ เวลามองหน้าคน ก็จะคอยมองและคิดว่า ถ้าต้องแก้ตาลักษณะแบบนี้จะทำอย่างไร ”

 

มีบ้างไหม ที่เจอเพื่อนแล้วเผลอคอนเซาท์ตาเพื่อน ?

                 “ มีบ้างค่ะ เหมือนเป็นความเคยชิน แต่ก็แค่คิดในใจเฉยๆ นะคะ ว่าถ้าเพื่อนจะทำ จะต้องทำตรงไหนบ้าง ”

 

ถ้าเจอคนที่มีตาที่มีปัญหา แล้วเรารู้สึกเป็นห่วง อยากให้เขามาทำตาสองชั้น จะมีวิธีทักอย่างไร

                 “ อาจแนะนำการใช้ครีม หรือทำอย่างอื่นก่อน แต่ถ้าไม่ได้ขึ้นก็อาจจะเพิ่มตัวเลือกเป็นการผ่าตัดรักษา ”

 

คุณหมอเคยศัลยกรรมตาไหม

                 “ เคยค่ะ ตอนนั้นยังเรียนอยู่ ทำโดยอาจารย์ที่สอนเรามาเลยค่ะ ”

 

วิธีดูแลผิวรอบดวงตา

                 “ ก็จะมีการใช้อายครีม ทำสปาตา ซึ่งจะเป็นการใช้เครื่องอบตา สำหรับคนตาแห้ง เปลือกตาอักเสบ ไขมันเปลือกตาอุดตัน จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นรอบดวงตา หรือบางทีก็ทำ Ulthera ประมาณนี้ค่ะ ”

 

ตอนนี้คนไทยทำตาสองชั้นมากเป็นอันดับสอง ทำไมการทำตาจึงไม่เคยตกเทรนด์เลย

                 “ ส่วนตัวหมอคิดว่า ฝีมือการศัลยกรรมตาของหมอไทยเก่งมาก ถ้าเทียบกับเกาหลี เพราะบางทีคนไข้ทำจากเกาหลี แล้วยังต้องมาแก้กับหมอไทยอยู่เลยค่ะ ”

 

เรื่องโหงวเฮ้งกับดวงตา

                 “ หมอว่าจริงๆ มันเป็นเรื่องเสริมกัน พอทำตาแล้ว ทำให้เราเกิดความมั่นใจ พอทำอะไรก็คงทำได้ดีขึ้น ” 

 

ราคาทำตาสองชั้น บางที่ถูกมากจนโอเว่อร์

                 “ ถ้าเจอที่ที่ราคาถูกมาก อาจจะไม่ได้ทำโดยจักษุแพทย์ก็ได้ค่ะ เพราะถ้าเป็นจักษุแพทย์จะเต็มที่กับการรักษา ซึ่งราคาจะสมเหตุสมผลกว่าค่ะ ”

 

ฝากถึงคนที่โดนราคาล่อใจ ทำให้ตัดสินใจทำตาโดยที่ยังไม่ทันฉุกคิด

                 “ จักษุแพทย์จะรู้ลึกถึงโครงสร้างรอบดวงตาและปัญหาที่เกิด เช่น บางคนทำตาสองชั้นอย่างเดียวไม่ได้ บางคนอาจจะไม่ต้องทำสองชั้น แต่อาจจะต้องยกคิ้วแทน หรือบางคนมีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งหมอที่ไม่ใช่จักษุแพทย์ ก็จะแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ ถ้าเป็นจักษุแพทย์ก็จะเข้าใจโครงสร้างและแก้ปัญหาได้เฉพาะจุดที่ควรจะทำจริงๆ

 

ปณิธานของคุณหมอที่อยากบอกคนไข้ทุกคน

                 “ ทุกครั้งที่หมอทำการผ่าตัดให้คนไข้ หมอเข้าใจเป็นอย่างดีว่าทุกคนมาหาหมอ ก็เพื่อให้ดวงตาสวย หมอจึงมีความมุ่งหวังว่าจะทำผลลัพธ์ให้ออกมาดีอย่างที่คนไข้ต้องการค่ะ ”

 

ฟีดแบคที่อยากได้รับจากคนไข้

                 “ อยากให้คนไข้รู้สึกชอบ ในสิ่งที่เราพยายามสร้างสรรค์ให้กับคนไข้อย่างเต็มที่ อยากให้ผลลัพธ์ออกมาแล้วคนไข้แฮปปี้ทุกคน จากเดิมที่เราเคยกลัว ไม่อยากยุ่งกับการศัลยกรรมความงาม เพราะมันไม่เหมือนการรักษา เนื่องจากคนที่มาทำตาสองชั้น เขาไม่ได้ป่วย แต่อยากสวยขึ้น ซึ่งถ้าเขาสวยขึ้น เราก็รู้สึกแฮปปี้ ”