พญ. อังสนา โสดาบรรลุ

พญ. อังสนา โสดาบรรลุ (คุณหมอปุ๊ก)

หนึ่งในทีมแพทย์ Lovely Specialist  ที่ได้รับการเทรนการผ่าตัดทำตาสองชั้นด้วยเทคนิค Lovely Blepharoplasty โดยคุณหมอรวงข้าวโดยตรงทุกขั้นตอนอย่างเข้มข้นและผ่านการวัดระดับผลงานการผ่าตัดจากคุณหมอรวงข้าวอย่างใกล้ชิดที่สุด ทำให้สามารถพัฒนาฝีมือและเทคนิคการทำตาสองชั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การศึกษา

  จบแพทยศาสตร์บัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี ค.ศ. 2006

วุฒิบัตร

  ได้รับวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาจักษุวิทยาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี ค.ศ. 2010
  ได้รับวุฒิบัตร ด้านกุมารเวชศาสตร์จักษุวิทยา จากมหาวิทยาลัยไอโอวา สหรัฐอเมริกา เมือปี ค.ศ. 2015 - 2017

 

เปิดมุมลับกับหมอปุ๊ก

แพทย์ sur เต็มตัว_200824_0_0.jpg

แรงบันดาลใจที่ทำให้เป็น ‘แพทย์ศัลยกรรมรอบดวงตา’ 

                 “ เริ่มจากที่หมอเรียนด้านจักษุวิทยา เป็นหมอตาที่ดูแลในเรื่องของการมองเห็นก่อน ตอนหลังจึงค่อยมาเริ่มโฟกัสในแง่ของความสวยความงาม สาเหตุที่เลือกศัลยกรรมรอบดวงตา เพราะส่วนตัวคิดว่าดวงตาเป็นโครงสร้างเด่นของใบหน้าและมีลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลค่ะ ”

 

จักษุแพทย์ พลิกผันมาเป็น แพทย์ศัลยกรรมตาสองชั้น ได้อย่างไร

                 “ จริงๆ ก็ไม่ถึงกับพลิกผันทีเดียวค่ะ เพราะหมอก็ทำควบคู่กันทั้งสองอย่าง แต่ในเรื่องของความสวยงามก็เป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในเนื้องานที่ทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ”

 

สาขาที่เรียนมีด้านความสวยงามโดยเฉพาะไหม

                 “ มีอยู่บ้าง แต่ไม่มากนะคะ ส่วนใหญ่จะเน้นรักษาโรคทางตาค่ะ อย่างเช่น หนังตาตก จะไม่ได้เน้นทำเพื่อความสวยงามเป็นหลัก ถ้าเป็นในแง่ความสวยงาม ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมทีหลังค่ะ ”

 

เข้าวงการความงามรอบดวงตา

                 “ จริงๆ หมอทำทางด้านดูแลผิวพรรณมาก่อนค่ะ เช่น เติมฟิลเลอร์ ฉีดสารลดริ้วรอยรอบดวงตา ประมาณนั้นค่ะ และมาเพิ่มเติมในส่วนของการศัลยกรรมตาภายหลัง เพราะรู้จักกับหมอรวงข้าวมาก่อน แล้วรู้สึกชื่นชอบผลงาน เลยติดต่อหมอรวงข้าว เพื่อเข้ามาเป็นทีมแพทย์ Lovely Specialist ด้วยตัวเองเลยค่ะ ”

 

 สาเหตุที่เลือกมาเป็น Lovely Specialist

                 “ เพราะรู้จักกับหมอรวงข้าวอยู่แล้ว เห็นผลงานการทำตาสองชั้นเป็นสไตล์หวานๆ ซอฟท์ๆ ออกแนวเกาหลี ซึ่งหมอก็ชอบแนวนี้ ก็เลยติดต่อหมอรวงข้าวมาโดยตรงเลยค่ะ ”

 

ทำไมถึงชอบตาแนวเกาหลี

                 “ เป็นสไตล์ความชอบส่วนตัวค่ะ ตาสไตล์เอเชียก็จะเหมาะกับหน้าตาของคนเอเชียมากกว่า และตัวหมอเองก็จะถนัดและชำนาญสไตล์เกาหลีด้วยค่ะ ”

 

ส่วนใหญ่คนไข้ที่มาทำตาสองชั้น ต้องเปิดหัวตาร่วมด้วยไหม

                 “ ส่วนใหญ่เกือบร้อยเปอร์เซนต์ หมอจะแนะนำให้ทำตาสองชั้น และเปิดหัวตาควบคู่กัน เพราะสมมติว่าเราไม่ได้เปิดหัวตา แล้วอยากจะทำชั้นใหญ่ บางทีความโค้งของเส้นชั้นตาด้านหัวตาอาจจะดูไม่สมดุลกัน และอาจทำให้ตัดเนื้อบริเวณหัวตาได้ไม่ค่อยเต็มที่ จนทำให้เหลือเนื้อเป็นแฉกขึ้นมา ถ้าเปิดหัวตาจะดูสมูธมากกว่าค่ะ ”

 

ที่เกาหลีมีเทรนด์เปิดหัวตาอย่างไรบ้าง

                 “ ที่เกาหลีก็จะมีการเปิดหัวตาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเราจะพยายามเลือกเทคนิคที่ทำให้เกิดแผลเป็นน้อยที่สุด โดยคุณหมอรวงข้าวเองก็พัฒนาในส่วนของการเปิดหัวตาเทคนิคหมอรวงข้าวขึ้นมาด้วยตนเอง รวมถึงพัฒนาวิธีการที่ทำให้เกิดแผลเป็นน้อยที่สุดด้วยค่ะ ”

 

สำหรับคนไทยควรเปิดหัวตาไหม

                 “ ในความเห็นของหมอ คิดว่าควรเปิดค่ะ เพราะลักษณะตาคนไทยส่วนใหญ่ อาจจะมีดวงตาที่โตอยู่แล้ว แต่ในส่วนของหัวตา จะมีลักษณะหัวตาปิดเป็นหลักค่ะ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของชั้นตาที่ยาวโค้งสวยจรดหัวตา จึงควรเปิดหัวตา แต่ในส่วนของบางคนที่หัวตาเปิดอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องทำเพิ่มค่ะ ”

 

อยากได้ผลตอบรับอย่างไรจากคนไข้

                 “ อยากให้คนไข้สวย แล้วก็รู้สึกภูมิใจในดวงตาที่ทำใหม่ค่ะ ”

 

เหตุผลหลักๆ ของคนไข้ทำตาสองชั้น

                 “ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเรื่องความมั่นใจเป็นหลักเลยค่ะ ”  

 

เทคนิคหมอรวงข้าว VS เทคนิคอื่น

                 “ สำหรับเทคนิคอื่น อาจมีการทิ้งไหมไว้ด้านในเปลือกตา เพื่อการเย็บชั้นตาให้แน่น เนื่องจากหมอรับเคสแก้ตาสองชั้นที่ทำจากที่อื่นด้วย พอเปิดแผลมาเราก็จะเห็นเคสที่ทำแบบทิ้งไหมไว้ด้านในเป็นจำนวนมากเลยค่ะ ซึ่งการทิ้งไหม ทำให้คนไข้บางคน อาจมีปัญหาที่เกิดจากไหมตามมาในอนาคตได้ อย่างเป็นตุ่ม เกิดการอักเสบ ระคายเคือง ในระยะยาวบางคนอาจเห็นสีของไหมตรงเปลือกตาได้ แต่เทคนิคหมอรวงข้าวจะไม่เหลือไหม ไม่ทิ้งไหมไว้ ปัญหาตรงนี้ก็ไม่เกิดขึ้นเลยค่ะ พอครบเวลา ก็ตัดไหมออกทั้งหมด ซึ่งชั้นตาก็จะคงสภาพอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ”

 

ความยากง่ายของเคสแก้ตา

                 “ เคสแก้ตาจะยากกว่า เพราะมีแผลเดิมอยู่ จะต้องทำการเลาะแผลเติม ซึ่งยากกว่าเคสทำตาสองชั้นปกติค่ะ ”

 

ทำตาแผลเล็กจากที่อื่น สักพักจะหลุดจริงไหม

                 “ ทำตาแผลเล็ก พักฟื้นน้อย แต่อยู่ได้นาน 1-2 ปี ชั้นตาก็อาจหลุดได้ค่ะ เพราะทำแล้วไม่มีการตัดหนังตาออก ซึ่งในความจริง ทำตาแผลเล็กเป็นวิธีที่ทำได้ในกรณีคนที่ไม่มีหนังตาเยอะที่ต้องตัดออกเท่านั้นค่ะ ซึ่งถ้าเป็นที่นี่ ถ้าคนไข้ที่มีหนังตาเยอะ หมอก็จะแนะนำให้คนไข้ทำตาสองชั้นแบบ Signature ที่มีการเก็บหนังตาส่วนเกินออก หลังทำก็จะช่วยชั้นตาอยู่ได้ถาวรมากกว่า ”

 

เคสที่รู้สึกประทับใจ หรือเคสยาก ที่เห็นผลลัพธ์แล้วปลื้มปริ่ม

                 “ มีอยู่เคสหนึ่งที่เป็นแผลเป็นบริเวณเปลือกตาจากแผลเก่าที่เคยกรีดรักษาอาการตากุ้งยิงมา แล้วอยากทำตาสองชั้น ตอนแรกตัวคนไข้ไม่ค่อยมั่นใจ เพราะมีแผลเป็นเดิมอยู่ และคนไข้เคยไปหาหมอมาหลายที่ เพื่อแก้แผลเป็น ซึ่งในครั้งนั้นหมอใช้การเลือกชั้นตาให้เหมาะสมกับคนไข้ ไม่ทำให้เป็นแผลเด่น พอทำเสร็จแล้ว คนไข้ชอบมาก มั่นใจขึ้น หมอก็รู้สึกดีใจด้วยมากๆ เลยค่ะ ” 

 

คำมั่นสัญญาที่อยากบอกกับคนไข้

                 “ หมอตั้งใจทำเต็มที่เสมอ เพื่อความสวยงามของดวงตาของคนไข้ทุกเคสของหมอ และเพื่อตอบแทนความเชื่อใจที่คนไข้เลือกคลินิกเรา ”

 

นิยามดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ

                 “ เวลาเราพูดคุยกัน ดวงตาเป็นสิ่งที่สื่ออารมณ์ได้ดีที่สุดในบรรดาโครงสร้างใบหน้าของเราแล้ว ยิ่งช่วงนี้ใส่แมสด้วย ก็จะเห็นเฉพาะดวงตา ”

 

แววตาของคนไข้ที่เดิมไม่ค่อยมั่นใจเปลี่ยนไปไหม หลังทำตา

                 “ ส่วนใหญ่แล้ว แววตาของคนไข้จะบอกเราได้เลยค่ะ ว่าเขาแฮปปี้ขึ้น มั่นใจขึ้นหลังทำ ”

 

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกมั่นใจในการทำตาสองชั้นมากขึ้น ในปัจจุบัน

                 “ เทรนด์แฟชั่นและความงามระดับโลกที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันมีเทรนด์ของการแต่งหน้าหลากหลายรูปแบบ ทำให้คนรู้สึกอยากทำตาสองชั้น เพื่อให้มองเห็นดวงตาได้ชัดเจน และเทรนด์การทำตาสองชั้นยุคใหม่ที่จะมีเครื่องมือต่างๆ เข้ามาซัพพอร์ต เช่น การใช้เลเซอร์ในการผ่าตัดอย่าง New Lovely Microlaser ก็จะช่วยให้การผ่าตัดแม่นยำขึ้น ลดเลือดออก แผลบวมช้ำน้อย การพักฟื้นก็น้อยด้วย คนก็เลยมั่นใจและกล้าที่จะทำตาสองชั้นกันมากขึ้น ”

 

เจอรูปใครเยอะสุดจาก Reference ของคนไข้

                 “ ส่วนใหญ่คนไข้จะมีรูปแบบตาที่ต้องการในใจมากันอยู่แล้ว ที่เห็นเยอะสุดก็จะเป็นรูปดาราเกาหลี อย่างสาวๆ Black Pink ก็จะเห็นบ่อย โดยเฉพาะจีซูค่ะ ซึ่งหมอก็จะนำมาปรับให้เข้ากับรูปหน้าของคนไข้ ” 

 

รีแลกซ์หลังจากทำงาน

                 “ ออกกำลังกายค่ะ ประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ดื่มกาแฟ ดื่มชา ”

 

วิธีดูแลผิวรอบดวงตา

                 “ ทาอายครีม ล้างหน้าให้สะอาด ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ หมอเริ่มต้นใช้อายครีมตั้งแต่อายุน้อยๆ ช่วงมัธยมเลยค่ะ ตรงนี้ช่วยรักษาความตึงกระชับของผิวรอบดวงตา เมื่อเรามีอายุมากขึ้นค่ะ ”