
ในปัจจุบัน ความนิยมในการทานผลไม้ เพื่อบำรุงสายตา ลดอาการตาพร่ามัว และเสริมการมองเห็นกำลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจากกระแสการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูงขึ้น รวมถึงความตระหนักในการดูแลสุขภาพตาอย่างจริงจัง
อย่างที่รู้กันว่า ผลไม้ที่มาจากธรรมชาติไม่เพียงช่วยบำรุงร่างกาย แต่ยังส่งผลดีต่อการมองเห็น โดยเฉพาะผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น
ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ "อาหารและผักผลไม้บำรุงสายตา ลดอาการพร่ามัว และเสริมการมองเห็น" ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลย!
|
Table of Contents |
- ทำความรู้จักกับผลไม้บำรุงสายตา พร่ามัว
- วิตามินอะไรบ้าง ที่สามารถช่วยบำรุงสายตา รักษาอาการตาพร่ามัวได้
- นอกจากผลไม้แล้วมีเครื่องดื่มอะไรที่สามารถช่วยบำรุงสายตาได้บ้าง ?
- สรุป
ทำความรู้จักกับผลไม้บำรุงสายตา พร่ามัว
ด้วยกระแสการใส่ใจสุขภาพที่กำลังมาแรง ผลไม้ที่ช่วยบำรุงสายตาจึงได้รับความนิยมจากกลุ่มคนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนรักสุขภาพ หรือกลุ่มคนวัยทำงานที่มักจะใช้สายตาอย่างหนักในการทำงานแต่ละวัน ส่งผลให้เกิดอาการตาพร่ามัว ตาเบลอ หรือตาอ่อนล้า ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้หันมาทำความรู้จักกับอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้บำรุงสายตา ลดอาการพร่ามัวซึ่งมีหลายชนิด โดยส่วนใหญ่จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญต่อการดูแลดวงตา เช่น วิตามิน A, C, ลูทีน, ซีแซนทีน และเบต้าแคโรทีน ซึ่งช่วยบำรุงจอตาและลดความเสี่ยงจากปัญหาสายตาต่าง ๆ
วิตามินอะไรบ้าง ที่สามารถช่วยบำรุงสายตา รักษาอาการตาพร่ามัวได้

มีวิตามินหลายชนิดในผักและผลไม้บำรุงสายตา ช่วยลดอาการพร่ามัว โดยมีบทบาทสำคัญในการปกป้องดวงตาจากการเสื่อมสภาพและเพิ่มความคมชัดในการมองเห็น และนี่คือวิตามินที่ช่วยบำรุงสายตาและลดอาการตาพร่ามัว
1. วิตามิน C
วิตามิน C มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญและดีที่สุดสำหรับการบำรุงสายตา วิตามินซีสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เลนส์ตาเกิดความขุ่นมัว แถมยังลดการเสื่อมสภาพของดวงตา เช่น โรคต้อกระจกและการเสื่อมสภาพของจอประสาทตา ซึ่งวิตามินซีพบมากในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม, มะนาว, ฝรั่ง, สตรอว์เบอร์รี่ และกีวี่
2. วิตามิน A
หนึ่งในวิตามินหลักที่สำคัญและขาดไม่ได้ นั่นคือ วิตามิน A วิตามินที่สำคัญสำหรับการมองเห็น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสารเรตินัลที่จำเป็นในกระบวนการรับแสงที่จอประสาทตา ช่วยไม่ให้เยื่อบุตาแห้ง ป้องกันการตาบอดกลางคืน ดังนั้นหากใครที่ขาดวิตามิน A อาจทำให้เกิดอาการตาพร่ามัวหรือแม้กระทั่งโรคตาบอดกลางคืน (Night blindness) ได้ ซึ่งวิตามินเอสามารถพบในผลไม้บำรุงสายตา และช่วยลดอาการพร่ามัวได้ เช่น แครอท, มะละกอ และผักใบเขียว
3. วิตามิน E
วิตามิน E มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถปกป้องเซลล์ในดวงตาจากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินเอ โดยจะช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของสารในกลุ่มไขมันชนิดไม่ดี ป้องกันการอักเสบ ลดความเสี่ยงจากการเป้นต้อกระจก ซึ่งวิตามินอีพบมากในถั่วอัลมอนด์ ซีเรียล ธัญพืช และอะโวคาโด
4. วิตามิน B2
วิตามิน B2 ช่วยในการบำรุงดวงตาและป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก โดยมีบทบาทในการบำรุงเยื่อบุภายในดวงตา ซึ่งถ้าขาดวิตามิน B2 หรือได้รับวิตามิน B2 ไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดอาการตาพร่ามัว ตาอักเสบ ตาแดง และอาการทางสายตาอื่น ๆ เช่น การตาล้า ส่วนมากพบในผักใบเขียว
5. วิตามิน B6
วิตามินบี6 มีส่วนสำคัญซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยในการป้องกันการเกิดโรคจอตาเสื่อม (Macular degeneration) และช่วยในการป้องกันอาการตาล้าจากการใช้สายตานานเกินไป อย่างเช่น วิตามิน B6 จะช่วยปรับสมดุลของสารเคมีในสมองและระบบประสาท ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานของตา พบในผักและผลไม้ เช่น กล้วย, ถั่ว และมันฝรั่ง
6. ลูทีน (Lutein)
ลูทีน (Lutein) เป็นสารแคโรทีนอยด์ ที่ช่วยในการปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้าและมลภาวะ ช่วยลดความเสี่ยมสภาพของจอประสาทตาและช่วยเสริมความชัดเจนในการมองเห็น ซึ่งพบมากในอาหารประเภท ผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักโขม และคะน้า หรือพบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่าง ๆ
7. ซีแซนทีน (Zeaxanthin)
ซีแซนทีน (Zeaxanthin) เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่ทำงานร่วมกับลูทีนและพบมากที่จุดรับภาพ (mid-peripheral macula) ที่ทำหน้าที่กรองแสงที่ผ่านเข้าสู่ดวงตาและช่วยปกป้องจอประสาทตาจากแสงสีฟ้าและรังสี UV ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสื่อมสภาพของจอตา และเพื่อป้องกันไม่ให้จุดรับสายตาเสื่อมประสิทธิภาพ เราสามารถเพิ่มซีแซนทีนเข้าสู่ร่างกายโดยกินพริกหยวก, มะเขือเทศ, แครอท, ฟักทอง และข้าวโพด เป็นต้น
8. สังกะสี (Zinc)
สังกะสี มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายรวมไปถึงดวงตา เพราะแร่ธาตุสังกะสีจะช่วยชะลอการเกิดจอประสาทตาเสื่อม แถมยังช่วยบำรุงและซ่อมแซมเซลล์ในดวงตาช่วยให้มองเห็นได้ดีขึ้นในที่มืด พบมากในอาหาร เช่น เนื้อสัตว์, เมล็ดฟักทอง, ถั่ว, ราสเบอร์รี่ และทับทิม
9. วิตามิน D
วิตามิน D เป็นวิตามินที่มีบทบาทในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคต่าง ๆ รวมถึงการป้องกันการเสื่อมสภาพของจอประสาทตา ร่างกายมักจะสร้างวิตามิน D ขึ้นมาได้เองเมื่อผิวสัมผัสกับแสงแดด และสามารถทานผลไม้เสริม เช่น ส้มและอะโวคาโด
10. โอเมก้า-3 (Omega-3 Fatty Acids)
กรดไขมันโอเมก้า-3 เป็นกรดอะมิโนจำเป็น (Essential Fatty acids) มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างเซลล์ดวงตา และมีประโยชน์ในการบำรุงสุขภาพตา ช่วยป้องกันโรคแห้งตา (Dry Eye) ต้อหิน และลดความเสี่ยงจากโรคจอตาเสื่อม ช่วยชะลอปัญหาสายตาในระยะยาว พบในพืชตระกูลถั่ว, อะโวคาโด และผักโขม
11. แคโรทีนอยด์ (Carotenoids)
แคโรทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องจอประสาทตาจากการเสื่อมสภาพและป้องกันความเสียหายจากแสงสีฟ้า แอสตาแซนธินช่วยลดการอักเสบและบำรุงดวงตาให้แข็งแรง พบในมะละกอ, มะเขือเทศ, แตงโม และสตรอว์เบอร์รี่
12. ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)
ฟลาโวนอยด์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระในดวงตา ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงจากโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น ต้อกระจกและโรคจอตาเสื่อม พบในผลไม้ เช่น แบล็กเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ และองุ่น
นอกจากผลไม้แล้วมีเครื่องดื่มอะไรที่สามารถช่วยบำรุงสายตาได้บ้าง ?

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มอยู่หลายชนิดที่จะช่วยบำรุงสายตาและเสริมสร้างการมองเห็น ซึ่งเราสามารถดื่มน้ำผลไม้บำรุงสายตา เพื่อช่วยลดอาการตาพร่ามัวได้ด้วยเช่นกัน เช่น น้ำแครอท, น้ำส้ม, ชาเขียว, น้ำมะเขือเทศ และน้ำฟักทอง การดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ร่วมกับการทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อดวงตาจะช่วยบำรุงสายตาและลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป
ปัจจุบันความนิยมในการรับประทานผลไม้และเครื่องดื่มบำรุงสายตาเป็นที่นิยมกันมากยิ่งขึ้น โดยผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ, วิตามิน และแร่ธาตุ เช่น วิตามิน A, C, E และแคโรทีนอยด์ช่วยลดอาการพร่ามัวและบำรุงการมองเห็น นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มอย่างน้ำแครอท, น้ำส้ม, ชาเขียว และน้ำมะเขือเทศที่มีคุณสมบัติบำรุงดวงตาอีกด้วย ดังนั้นหมั่นทานผลไม้บำรุงสายตา ที่จะช่วยลดอาการตาพร่ามัว ตาอ่อนล้า เพื่อดวงตาที่สดใสและการมองเห็นที่ดีขึ้น
ที่ Lovely Eye & Skin Clinic มีคุณหมอรวงข้าว หรือ พญ. ณัฐฐามณี สิริภคพันธ์ ว.35780 และทีมแพทย์ Lovely Specialist ของ Lovely Eye & Skin Clinic ในการทำศัลยกรรมรอบดวงตา แก้ปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อยด้วยเทคนิคหมอรวงข้าว ที่ช่วยกำจัดถุงไขมันใต้ตา ให้ใต้ตาเรียบเนียนเต่งตึง ดูอ่อนวัย ด้วยการประเมินโครงสร้างตาและผ่าตัดอย่างละเอียดประณีต ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการทำตาสองชั้น ได้ที่ Lovely Eye & Skin Clinic
เบอร์โทรศัพท์ : 02-382-0045, 061-405-0044
Line Official Account : @Lovelyeye
Messenger : https://www.facebook.com/KoreanEyeByDoctorCome


