fbpx ประโยชน์จาก "น้ำตาเทียม" พร้อมวิธีใช้น้ำตาเทียมที่ปลอดภัย

ประโยชน์จาก "น้ำตาเทียม" พร้อมวิธีใช้น้ำตาเทียมที่ปลอดภัย

 น้ำตาเทียม เรียกได้ว่าเป็นไอเทมติดตัวคนตาแห้ง หรือตัวช่วยเวลาเราแสบตา

         น้ำตาเทียม เรียกได้ว่าเป็นไอเทมติดตัวคนตาแห้ง หรือตัวช่วยเวลาเราแสบตาได้เป็นอย่างดี หรือถ้าใครที่ง่วงบ่อยๆ ก็อาจใช้น้ำตาเทียบแบบเย็น หรือที่เราเรียกว่าน้ำตาเทียมญี่ปุ่นช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัว หยอดแล้วตาสว่างขึ้นทันที

         แต่ก็มีคำถามเข้ามาบ่อยๆ ว่า น้ำตาเทียม (Artificial tears) ที่ใช้ๆ กันนั้นปลอดภัยจริงหรือไม่ จะเป็นอันตรายต่อดวงตารึเปล่า เลิฟลี่อายจึงชวนมาทำความรู้จักน้ำตาเทียมให้มากขึ้น พร้อมอ่านเรื่องราวที่ควรรู้ก่อนใช้ จะได้ตัดสินใจถูกว่าควรไปต่อ หรือพอแค่นี้ดี

Table of Contents

  1. น้ำตาเทียมคืออะไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง 
  2. น้ำตาเทียม ช่วยอะไรบ้าง
  3. น้ำตาเทียม กับ ยาหยอดตา แตกต่างอย่างไร 
  4. ใครบ้าง? ที่มีความจำเป็นต้องหยอดน้ำตาเทียม
  5. น้ำตาเทียมปลอดภัยต่อดวงตาแค่ไหน ใช้ระยะยาวได้ไหม
  6. น้ำตาเทียม ญี่ปุ่นที่ฮิตๆ หรือที่เรียกกันว่ายาหยอดตาแบบเย็น อันตรายไหม
  7. น้ำตาเทียม ราคาเท่าไหร่ หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง

น้ำตาเทียมคืออะไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง 

         น้ำตาเทียม มีลักษณะเป็นของเหลว ประกอบด้วยสารให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา ใช้ทดแทนน้ำตาตามธรรมชาติ ช่วยลดภาวะตาแห้ง บรรเทาอาการระคายเคืองตา ลดอาการแสบตา เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถหาซื้อได้ โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ 

         ซึ่งส่วนประกอบของน้ำตาเทียมหลักๆ ก็จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือสารหล่อลื่นและให้ความชุ่มชื้น กับสารกันเสีย

  • สารที่ช่วยหล่อลื่นและให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา
  • Carboxymethyl cellulose สารละลายที่ทำให้เกิดความคงตัว ทำให้น้ำตาเทียมสามารถเกาะกับผิวกระจกตาได้ยาวนาน ช่วยให้กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี เป็นสารที่ไม่มีความเป็นพิษต่อร่างกาย 
  • Hydroxypropyl methycellulose สารสร้างเนื้อเจล เพิ่มความหนืด ช่วยให้น้ำตาเคลือบผิวดวงตาได้ดี และเกาะผิวกระจกตาได้นาน เป็นสารที่ไม่เป็นพิษ สามารถใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย
  • Sodium hyaluronate สารที่ช่วยกักเก็บน้ำ เติมความชุ่มชื้นให้กับดวงตา พร้อมซ่อมแซมผิวกระจกตา เป็นสารที่มีความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • Glycerin ตัวทำละลายที่ช่วยเพิ่มความหนืด และช่วยลดการระเหยของน้ำตาได้ดี เป็นสารที่มีความปลอดภัยสูง
  • Polyethylene Glycol สารทำละลายที่มีคุณสมบัติชอบน้ำ สามารถนำไปผสมกับสารอื่นๆ เพื่อเพิ่มความชอบน้ำให้กับสารตัวนั้นๆ ได้ เป็นสารที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์
  • สารกันเสีย
  • ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย มีความปลอดภัยต่อกระจกตา ช่วยให้สามารถเก็บน้ำตาเทียมไว้ใช้ได้นาน 

น้ำตาเทียม ช่วยอะไรบ้าง บรรเทาภาวะตาแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา ลดอาการเคืองตา

น้ำตาเทียม ช่วยอะไรบ้าง

  • บรรเทาภาวะตาแห้ง

คนที่มีภาวะตาแห้ง จะมีปริมาณน้ำตาลดลง ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตา จึงจำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียม ทดแทนน้ำตาตามธรรมชาติ เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองตา และช่วยลดอาการตาแห้ง

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา 

คนที่มีน้ำตาน้อย หรือน้ำตาระเหยเร็วกว่าปกติ มักเกิดจากพฤติกรรมการเพ่งมอง โดยเฉพาะการจ้องจอเป็นเวลานาน เช่น จอคอมพิวเตอร์ จอสมาร์ทโฟน จอโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือนานๆ โดยไม่ได้กระพริบตา อาจทำให้รู้สึกเคืองตา ฝืดตา มีภาวะตาแห้ง สามารถใช้น้ำตาเทียม เพื่อความชุ่มชื้นดวงตาได้ 

  • ลดอาการเคืองตา

อาการเคืองตาอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฝุ่นละอองหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ภูมิแพ้ตา ตาแห้ง เป็นต้น สามารถหยอดน้ำตาเทียม เพื่อให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกจากดวงตา ช่วยในการชะล้างฝุ่นละออง หรือสารก่อภูมิแพ้ที่เข้าตาได้

  • หล่อลื่นลูกตาหลังผ่าตัด

หลังผ่าตัดดวงตา หรือผ่าตัดเปลือกตา อาจทำให้เกิดอาการตาแห้งชั่วคราว ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยหลังผ่าตัด สามารถใช้น้ำตาเทียม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการเคืองตา แสบตา และยังลดอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดให้น้อยลงได้อีกด้วย 

 

ประเภทของน้ำตาเทียม

น้ำตาเทียมในท้องตลาดมีหลากหลายประเภท สามารถเลือกได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน ความแตกต่างมีตั้งแต่ ประเทศที่ผลิต ความสบายหลังทำการหยอดตา สำหรับประเภทที่จะมีผลต่อผู้ใช้มากที่สุดได้แก่

  1. น้ำตาเทียมแบบมีสารกับบูด เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าและสามารถเก็บได้นาน
  2. น้ำตาเทียมแบบไม่มีสารกันบูด เหมาะสำหรับผู้ที่ตาแพ้ง่าย ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดดวงตา หรือผ่าตัดบริเวณรอบดวงตา โดยน้ำตาเทียมประเภทนี้มักมาในบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กสำหรับแบ่งใช้วันต่อวัน

น้ำตาเทียม กับ ยาหยอดตา แตกต่างอย่างไร 

         ยาหยอดตา ใช้เพื่อรักษาอาการเกี่ยวกับดวงตาโดยเฉพาะ ซึ่งอาจมาในรูปแบบของยาหยอดตาสเตียรอยด์ หรือยาหยอดตาแก้แพ้ โดยยาหยอดตาจะมีเพียงแพทย์เท่านั้นที่เป็นผู้สั่งจ่ายยา ส่วนน้ำตาเทียม ใช้ในการหล่อลื่นดวงตา ลดการระคายเคืองตา ทำให้รู้สึกสบายตาขึ้น สามารถหาซื้อได้เอง ไม่ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์

ใครบ้างที่ต้องหยอดน้ำตาเทียม คนตาแห้ง คนทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ คนที่ใส่คอนแทคเลนส์

ใครบ้าง? ที่มีความจำเป็นต้องหยอดน้ำตาเทียม

  • คนที่มีอาการตาแห้ง
  • คนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
  • คนที่มีการผลิตน้ำตาน้อยลง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น
  • คนทำงานในอากาศร้อนและแห้ง
  • คนที่ทำเลสิก
  • คนที่เป็นภูมิแพ้ตา
  • คนที่ใส่คอนแทคเลนส์

วิธีใช้น้ำตาเทียมให้ปลอดภัยต่อดวงตา 

น้ำตาเทียบโดยปกติ สามารถใช้งานได้โดยมีความเสี่ยงต่ำ แต่หากผู้ใช้งานมีความกังวลถึงอันตรายที่สามารถเกิดจากน้ำตาเทียม สามารถทำตามข้อแนะนำต่อไปนี้

  1. ปรึกษา และแจ้งแพทย์ถึงตัวยาที่แพ้ หรืออาการแพ้ที่เคยมี เพื่อลดโอกาสที่จะพบเจอสารที่แพ้ในน้ำตาเทียม
  2. สังเกตุอาการแพ้ เช่น อาการปวดหรือบวมแดง หากมีอาการผิดปกติควรเข้าพบแพทย์เผื่อทำการวินิจฉัย

ข้อควรระวังในการใช้น้ำตาเทียม

โดยปกติน้ำตาเทียมที่ได้มาตรฐานจะมีโอกาสเกินอันตรายต่ำมาก แต่ควรระวังการซื้อน้ำตาเทียมออนไลน์ เนื่องจากมีโอกาสที่จะได้รับของปลอม หรือของที่ไม่ได้มาตรฐาน ในอีกกรณีจะเป็นการใช้น้ำตาเทียมหลังการผ่าตัดดวงตา ในกรณีนี้ควรใช้น้ำตาเทียมภายใต้คำแนะนำของแพทย์

น้ำตาเทียมปลอดภัยต่อดวงตาแค่ไหน ใช้ระยะยาวได้ไหม

         การใช้น้ำตาเทียมในระยะยาว มีข้อควรระวัง คือ หากใช้เป็นประจำมากกว่า 4 ครั้งต่อวัน สารกันเสียในน้ำตาเทียม อาจทำลายกระจกตา จนกระจกตาอักเสบได้ หรือสำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ สารกันเสียอาจทำให้คอนแทคเลนส์เสียหาย และก่อการระคายเคืองตาได้ ดังนั้นคนที่จำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมบ่อยๆ รวมถึงคนที่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่เป็นประจำ จึงควรเลือกน้ำตาเทียมชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย จะปลอดภัยต่อดวงตามากกว่า และควรทำตามคำแนะนำการใช้น้ำตาเทียมอย่างเคร่งครัด เช่น การใช้น้ำตาเทียมแบบรายวัน ใช้ได้ไม่เกิน 12-24 ชั่วโมง หลังจากเปิด หรือน้ำตาเทียมแบบรายเดือน ใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือน หลังจากเปิด การหยอดน้ำตาเทียม ควรระวังไม่ให้ปลายหลอดสัมผัสดวงตา และไม่ควรใช้น้ำตาเทียมร่วมกับคนอื่น เพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้ โดยปกติแล้ว สามารถใช้น้ำตาเทียมโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรือเกิดอันตรายต่อดวงตา แต่บางกรณีอาจมีอาการแสบตา จากน้ำตาเทียมบางยี่ห้อได้ ดังนั้นจึงควรหมั่นสังเกตตัวเองเป็นระยะ หากพบความปกติต่อดวงตา ควรหยุดใช้และพบแพทย์ทันที

วิธีเก็บรักษาน้ำตาเทียม

การเก็บน้ำตาเทียมที่ถูกต้องนอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของน้ำตาเทียม ยังสามารถลดโอกาสการเกิดการปนเปื้อนจากเชื้อโรค และสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลให้ตาอักเสบอีกด้วย วิธีการเก็บรักษาน้ำตาเทียมมี ดังนี้

  1. ปิดฝาให้สนิทเพื่อลดโอกาสการปนเปื้อนจาเชื้อโรค และสิ่งแปลกปลอม
  2. เก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ตามคำแนะนำจากผู้ผลิต
  3. เก็บให้พ้นแสงแดด
  4. หากเป็นน้ำตาเทียมแบบใช้วันต่อวัน ห้ามนำมาใช้ซ้ำเพื่อลดโอกาสติดเชื้อ

น้ำตาเทียมปลอดภัยต่อดวงตาแค่ไหน ใช้ระยะยาวได้ไหม

         การใช้น้ำตาเทียมในระยะยาว มีข้อควรระวัง คือ หากใช้เป็นประจำมากกว่า 4 ครั้งต่อวัน สารกันเสียในน้ำตาเทียม อาจทำลายกระจกตา จนกระจกตาอักเสบได้ หรือสำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ สารกันเสียอาจทำให้คอนแทคเลนส์เสียหาย และก่อการระคายเคืองตาได้ ดังนั้นคนที่จำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมบ่อยๆ รวมถึงคนที่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่เป็นประจำ จึงควรเลือกน้ำตาเทียมชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของสารกันเสีย จะปลอดภัยต่อดวงตามากกว่า และควรทำตามคำแนะนำการใช้น้ำตาเทียมอย่างเคร่งครัด เช่น การใช้น้ำตาเทียมแบบรายวัน ใช้ได้ไม่เกิน 12-24 ชั่วโมง หลังจากเปิด หรือน้ำตาเทียมแบบรายเดือน ใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือน หลังจากเปิด การหยอดน้ำตาเทียม ควรระวังไม่ให้ปลายหลอดสัมผัสดวงตา และไม่ควรใช้น้ำตาเทียมร่วมกับคนอื่น เพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้ โดยปกติแล้ว สามารถใช้น้ำตาเทียมโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรือเกิดอันตรายต่อดวงตา แต่บางกรณีอาจมีอาการแสบตา จากน้ำตาเทียมบางยี่ห้อได้ ดังนั้นจึงควรหมั่นสังเกตตัวเองเป็นระยะ หากพบความปกติต่อดวงตา ควรหยุดใช้และพบแพทย์ทันที

 

น้ำตาเทียม ญี่ปุ่นที่ฮิตๆ หรือที่เรียกกันว่ายาหยอดตาแบบเย็น อันตรายไหม

         น้ำตาเทียม จากประเทศญี่ปุ่น หรือยาหยอดตาแบบเย็น ที่มีขายในออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย มีรีวิวจากผู้ใช้จริงออกมามากมาย ส่วนใหญ่บอกว่าใช้แล้วโล่งตา รู้สึกสดชื่น แถมมีระดับความเย็นให้เลือกด้วย เรียกว่าตอบโจทย์คนในประเทศเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ที่ใช้สายตาเยอะเป็นอย่างดี แต่น้ำตาเทียม ญี่ปุ่น ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ว่าใช้แล้วจะเกิดอันตรายไหม 

         พบว่าการใช้น้ำตาเทียม ญี่ปุ่น หรือยาหยอดตาเย็น อันตรายในกรณีที่มีการใส่สารอื่นนอกจากน้ำตาเทียมด้วย โดยสารที่พบมากในยาหยอดตาเย็น ประเทศญี่ปุ่น เช่น ยาลดขนาดหลอดเลือด หยอดแล้วช่วยให้ตาหายแดง สบายตา แต่อาจมีผลข้างเคียง เพราะเมื่อหยอดไปนานๆ ความดันตาจะเพิ่มขึ้น อาจทำให้เกิดต้อหินมุมปิดได้ หรือบางครั้งอาจเกิดอันตรายจากความเข้าใจผิด คิดว่าเป็นน้ำตาเทียม แต่กลับเป็นยาหยอดตาในตระกูลยาแก้แพ้ ซึ่งไม่สามารถใช้ในระยะยาวได้

         นอกจากนี้ยังอาจเจอของปลอม เป็นน้ำตาเทียม ญี่ปุ่นแบบหิ้วเข้ามาขายเอง ซึ่งปกติน้ำตาเทียม จัดเป็นยาที่ต้องขึ้นทะเบียนการขาย ถ้าหากไม่ได้นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย อาจเกิดอันตราย เพราะไม่แน่ใจแหล่งผลิต ทำให้ตรวจสอบคุณภาพไม่ได้ด้วย 

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดจากการใช้น้ำตาเทียม

หากใช้น้ำตาเทียมแล้วมีผลข้างเคียงที่ผิดปกติ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการปรึกษา และหาวิธีการแก้ไขป้องกัน ผลข้างเคียงเบื้องต้นได้แก่

  • มีอาการบวม คัน หรือเป็นผื่น
  • การมองเห็นพร่ามัว หรือไม่ปกติ
  • มีอาการคันตา ตาแดง หรือตาแฉะ
  • มีอาการปวดดวงตาผิดปกติ

แนะนำวิธีเลือกซื้อน้ำตาเทียม ราคาเท่าไหร่ หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง

         น้ำตาเทียม สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าออนไลน์ แต่ควรเลือกซื้อร้านที่ไว้วางใจได้ เช่น หากเลือกซื้อใน Shopee ควรเลือกประเภทร้านค้า Shopee Mall เป็นต้น ก็จะมั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าที่มีมาตรฐาน และเป็นของแท้

  • น้ำตาเทียมที่นิยมใช้กันทั่วไป

ราคาประมาณ 45 - 200 บาท

  • น้ำตาเทียม ปราศจากสารกันเสีย แบบใช้รายวัน

30 หลอด ราคาประมาณ 295 - 500 บาท

  • น้ำตาเทียม ญี่ปุ่น

ราคาประมาณ 120 - 399 บาท

  • น้ำตาเทียม ญี่ปุ่น ปราศจากสารกันเสีย แบบใช้รายวัน

ราคาประมาณ 220 - 350 บาท

  • น้ำตาเทียม แบบเจล

ราคาประมาณ 150 - 210 บาท

  • น้ำตาเทียม แบบสเปรย์ 

ราคาประมาณ 600 บาท

          ถ้าต้องใช้น้ำตาเทียมเป็นประจำ หากรู้ทริคในการเลือกน้ำตาเทียมให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ถ้าเป็นคนใส่คอนแทคเลนส์ หรือคนที่ต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ ควรใช้น้ำตาเทียมแบบที่ไม่ใส่สารกันเสีย และเลือกซื้อของแท้ที่มีประสิทธิภาพ จากร้านที่มีมาตรฐาน ไว้วางใจได้ ก็จะช่วยเซฟกระจกตาของเราให้ปลอดภัย ช่วยให้เรามีสุขภาพดวงตาที่ดีไปอีกนานๆ 

คำถามที่พบบ่อย 

1. หยอดตาแล้วแสบตา ต้องทำอย่างไร 

หากใช้น้ำตาเทียมแล้วมีอาการแสบตา หรือมีผลข้างเคียงอื่นๆ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และวิธีการแก้ไข

2. เปิดขวดน้ำตาเทียมแล้วต้องใช้ภายในกี่วัน 

หากเป็นน้ำตาเทียมแบบปราศจากสารกันเสีย ไม่ควรใช้เกิน 24 ชั่วโมง ในกรณีที่เป็นน้ำตาเทียมแบบมีสารกันเสีย โดยทั่วไปจะมีการแจ้งอายุการใช้งานหลังเปิดขวดในคู่มือการใช้งานของน้ำตาเทียม ทั้งนี้หากยังไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด

3. น้ำตาเทียมแบบรายวันดีไหม 

น้ำตาเทียมแบบรายวันโดยส่วนใหญ่จะเป็นน้ำตาเทียมแบบปราศจากสารกันเสีย โดยทั่วไปจะมีราคาสูงกว่าน้ำตาเทียมประเภทอื่น แต่จะมีโอกาสที่จะเกิดการแพ้ที่ต่ำกว่า ความเหมาะสมในการใช้งานจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการแพทย์ของผู้ใช้งาน เช่นการผ่าตัดดวงตา ความเสี่ยงต่อการแพ้สารกันเสีย ฯลฯ

4. ผู้สูงอายุสามารถใช้น้ำตาเทียมได้ไหม 

ผู้สูงอายุสามารถใช้น้ำตาเทียมได้ ผู้สูงอายุโดยมากมักมีอาการตาแห้ง การใช้น้ำตาเทียมอย่างเหมาะสมจะทำให้สุขภาพตาโดยรวมดีขึ้น

5. หยอดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ อันตรายหรือไม่ 

โดยทั่วไปการใช้น้ำตาเทียมจะไม่เป็นอันตรายกับดวงตา แต่หากต้องใช้น้ำตาเทียมเกิน 4 ครั้งต่อวัน หรือใช้น้ำตาเทียมติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรเข้ารับการวินิจฉัยหาสาเหตุกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

สรุป

น้ำตาเทียมเป็นของเหลวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและบรรเทาอาการตาแห้ง ระคายเคือง หรือแสบตา โดยมีทั้งแบบมีสารกันเสียและไม่มีสารกันเสีย เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ ควรเลือกใช้น้ำตาเทียมให้เหมาะสม เช่น แบบไม่มีสารกันเสียสำหรับการใช้บ่อยๆ หรือหลังการผ่าตัด การใช้น้ำตาเทียมในระยะยาวอาจมีผลข้างเคียงหากใช้มากเกินไปหรือใช้ผิดประเภท โดยเฉพาะน้ำตาเทียมญี่ปุ่นที่อาจมีส่วนผสมของยาหดหลอดเลือดซึ่งอาจส่งผลต่อความดันตา ดังนั้น ควรใช้อย่างระมัดระวังและปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ

 

อ้างอิง

Artificial tears: How to select eye drops for dry eyes. (n.d.). Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/dry-eyes/expert-answers/a...

Artificial Tears: Uses, side effects, interactions, pictures, warnings & dosing - WebMD. (n.d.). https://www.webmd.com/drugs/2/drug-799/artificial-tears/details

Artificial Tears eye solution. (2024, December 12). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/drugs/18710-artificial-tears-eye-s...

How long can you use prescription eye drops after opening them? (2022b, February 23). American Academy of Ophthalmology. https://www.aao.org/eye-health/ask-ophthalmologist-q/how-long-after-open...