fbpx กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง บริหารตาเพื่อบรรเทาอาการอย่างไร มีวิธีรักษาหรือไม่

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง บริหารตาเพื่อบรรเทาอาการอย่างไร มีวิธีรักษาหรือไม่

บริหารตาเพื่อบรรเทาอาการ กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

หลาย ๆ คน อาจเคยเจอปัญหา "กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง" ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันบริเวณเส้นประสาทและกล้ามเนื้อลายส่งผลให้เกิดการทำงานไม่เต็มที่ของกล้ามเนื้อ ลืมตาไม่สุด เปลือกตาตกหรือหนังตาเกิดความหย่อนคล้อยมากกว่าปกติ 

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัย บางกรณีอาจเป็นตั้งแต่เกิด หรืออาจเกิดในช่วงอายุที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพและการมองเห็น เพื่อคลายทุกข้อสงสัยว่ากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร และวิธีรักษาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำได้อย่างไรบ้าง ในบทความนี้  LOVELY EYE & SKIN CLINIC  เรามีคำตอบให้คุณ

 

Table of Contents

  1. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร
  2. สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
  3. วิธีบริหารตาเพื่อบรรเทาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
  4. วิธีรักษาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
  5. ข้อควรระวัง
  6. สรุป

 

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) คือ ภาวะที่ขอบล่างของเปลือกตาบน อยู่ต่ำกว่าตำแหน่งปกติ หรือตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาเกิดการทำงานไม่เต็มที่ ลืมตาไม่สุด ตาไม่สดใสเหมือนคนง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิดลักษณะเช่นนี้ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ เพราะลักษณะของตาไม่เท่ากัน ตาปรือ หน้าดูโทรม นอกจากกล้ามเนื้อตาไม่สามารถลืมตาขึ้นจนสุดได้ เปลือกตายังตกหรือหนังตาหย่อนคล้อยทำให้ดูมีอายุเพิ่มขึ้น และอาการอาจรุนแรงถึงลักษณะที่เปลือกตาตกลงมาบดบังรูม่านตา ส่งผลต่อการมองเห็น สายตาเอียง ซึ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

รู้ก่อนใคร กล้ามเนื้ออ่อนแรง

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งจะเกิดได้จากการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อตา และยังสามารถเกิดภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ในทุกเพศ ทุกวัยอีกด้วย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดขึ้น ได้แก่

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เกิดจากพันธุกรรม (Congenital Ptosis)

เกิดจากกล้ามเนื้อตาถูกสร้างโดยมีไขมันแทรกแทนกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เมื่อเกิดมาจะตาปรือ เปิดได้น้อยทั้งสองด้าน บางกรณีตาจะโตไม่เท่ากันและหากรักษาช้าสามารถนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจได้ นอกจากนี้การเกิดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่กำเนิดมักเกิดจากกล้ามเนื้อตายกเปลือกตา (Levator muscle) พัฒนาไม่สมบูรณ์

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากอายุมากขึ้น (Age-related or Aponeurotic Ptosis)

พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้นมักจะตามมาด้วยอาการเปิดปิดของหนังตาที่เกิดสภาวะเสื่อมลงของกล้ามเนื้อตายกเปลือกตา (Levator muscle) หรือเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้ออ่อนแอ

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากการทำงานเส้นประสาทผิดปกติ (Neurogenic Ptosis)

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอาจเกิดจากการทำงานของเส้นประสาทที่มีความผิดปกติ บาดเจ็บ หรือเสียหาย เช่น เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 (Oculomotor nerve) ผิดปกติ, Myasthenia Gravis โรคที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง และ Hornor’s Syndrome ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทซิมพาเธติก

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากการบาดเจ็บ (Traumatic Ptosis)

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอาจเกิดจากการบาดเจ็บที่ดวงตาหรือเปลือกตา ทั้งนี้ยังสามารถเกิดจากการผ่าตัดที่บริเวณดวงตาได้อีกด้วย เช่น การผ่าตัดทำตาสองชั้น การผ่าตัดต้อกระจก เป็นต้น

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากการใช้ยาหรือสารเคมี (Drug-induced or Toxic Ptosis)

การใช้ยาหรือสารเคมีบางชนิดที่อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อ เช่น โบท็อกซ์ ที่ฉีดผิดตำแหน่ง

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากกล้ามเนื้อ (Myogenic Ptosis)

ภาวะหนังตาตกหรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular dystrophy) ซึ่งความผิดปกตินี้จะส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อตา

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากปัญหาโครงสร้างหรือก้อนเนื้อ (Mechanical Ptosis)

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอาจมีสาเหตุจากน้ำหนักของก้อนเนื้อในเปลือกตาหรือบริเวณดวงตา เช่น ไขมันส่วนเกิน ถุงน้ำ หรือเนื้องอก และมีแผลเป็นที่เปลือกตา

 

วิธีบริหารตาเพื่อบรรเทาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

กล้ามเนื้อตา

วิธีบริหารตาเพื่อบรรเทาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นเพียงการบรรเทาความรุนแรงของอาการเท่านั้น สามารถทำได้ด้วยการบริหารกล้ามเนื้อโดยการกรอกตาขึ้นลง ซ้ายขวา รวมถึงการปรับจุดเพ่งเล็งของสายตา ด้วยการชูนิ้วมือที่กึ่งกลางระหว่างดวงตาสองข้างแล้วจึงเลื่อนเข้าหาดวงตาช้า ๆ จนเกิดภาพซ้อน ฝึกบริหารเป็นประจำ จะช่วยลดอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงและเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อตาได้

วิธีรักษาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

การรักษาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาและการผ่าตัด แต่การรักษาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงขึ้นอยู่กับสาเหตุการเกิดอาการ ควรปรึกษากับจักษุแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง แต่เพื่อให้คุณรู้ถึงวิธีการรักษาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เราจะมาพูดถึง 2 วิธีการ ดังนี้

1. รักษาด้วยการใช้ยา

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันร่างกายทำให้การควบคุมกล้ามเนื้อตาผิดปกติ สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา ได้แก่ กลุ่มยาสเตียรอยด์, กลุ่มยากระตุ้นการทำงานของสื่อประสาท และกลุ่มยากดภูมิคุ้มกัน

2. รักษาด้วยการผ่าตัด

การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยวิธีการผ่าตัด เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการหนังตาตกที่รุนแรง การผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกที่ผู้ต้องการรักษาต้องการผ่าตัดเปลือกตา โดยแพทย์จะทำการตัดหรือปรับกล้ามเนื้อที่ยกเปลือกตาให้เปลือกตาสามารถยกขึ้นได้อย่างปกติ ซึ่งวิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ผู้มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงส่งผลกระทบต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวัน

รักษาด้วยการผ่าตัด

รักษาจากการผ่าตัด

ข้อควรระวัง

เพื่อให้การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ผลและมีประสิทธิภาพ ควรเตรียมตัวก่อนการรักษา ดังนี้

  • แจ้งประวัติการรักษาหากเคยเข้ารับการผ่าตัดและแจ้งการแพ้ยาทุกประเภท
  • งดรับประทานอาหารเสริมหรือยาที่ลดการแข็งตัวของเลือดทุกชนิด อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดต่อขนตา
  • งดใส่คอนแทคเลนส์หลังการผ่าตัด 1 เดือน
  • หากมีอาการปกติเกี่ยวกับดาก่อนผ่าตัดจำเป็นต้องแจ้งแพทย์ทราบ เช่น ตาบวม ตาอักเสบ หรือตาแดง
  • หลีกเลี่ยงแผลโดนน้ำ
  • งดใช้สายตาหนัก ๆ ในช่วง 2-3 วันแรงหลังจากทำการรักษา
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่

 

สรุป

หากคุณกำลังประสบปัญหาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) คือ ภาวะที่เปลือกตาบนตกลงมาจนทำให้ลืมตาไม่สุด ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ปัญหาทางพันธุกรรม ความเสื่อมของกล้ามเนื้อตาตามอายุ การบาดเจ็บที่เส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตหรือการมองเห็น เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมสามารถมาปรึกษาได้ที่ LOVELY EYE & SKIN CLINIC พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาตาอย่างครอบคลุม รับแก้เคสยาก โดยเฉพาะเคสที่ที่อื่นไม่รับแก้ โดยวิเคราะห์ปัญหาตาที่ตรงจุด LOVELY EYE จะช่วยให้ปัญหาของคุณถูกแก้ไข เพิ่มความมั่นใจในการทำงานและชีวิตประจำวัน