CoolSculpting เทคนิคสลายไขมัน เสกหุ่นสวยด้วยความเย็น

                เซลล์ไขมันอยู่ในเนื้อเยื่อไขมัน มีก้อนไขมันอยู่ตรงกลาง ทำหน้าที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยเซลล์ไขมันจะแบ่งตัวเพิ่มปริมาณจนเราอายุ 2-5 ขวบ หลังจากนั้นเซลล์ไขมันจะเปลี่ยนมาขยายขนาดแทน ซึ่งเซลล์ไขมันสามารถขยายตัวได้ถึง 4 เท่าจากขนาดปกติ หากมีไขมันส่วนเกินมากกว่าที่เซลล์ไขมันจะรับไหว เซลล์ไขมันจะแบ่งตัวมากขึ้นและขยายขนาดร่วมด้วย จนในที่สุดก็ส่งผลต่อรูปร่าง ทำให้อ้วน หุ่นย้วย รูปร่างไม่เฟิร์ม ไม่ได้สัดส่วน ซึ่งบางเคสอาจใช้วิธีควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ช่วยให้เซลล์ไขมันหดตัวได้ แต่ในบางเคสอาจทำได้ยาก ซึ่ง CoolSculpting เป็นนวัตกรรมทางเลือกหนึ่งที่ช่วยกำจัดเซลล์ไขมันส่วนเกินอย่างได้ผล 

CAPlus-family-rightangle_9673_LR_0.jpg

หลักการทำงาน

                นวัตกรรมกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือดูดไขมัน แต่ใช้เทคโนโลยีลดไขมันส่วนเกินที่สะสมในชั้นใต้ผิวหนัง โดยใช้ความดันสูญญากาศดึงผิวหนังบริเวณที่ต้องการลดไขมันส่วนเกินลงในแอพพลิเคเตอร์ให้อยู่ระหว่างแผงระบายความร้อน เพื่อควบคุมอุณหภูมิบริเวณพื้นผิวของผิวหนัง โดยใช้ความเย็นระดับจุดเยือกแข็ง ติดลบ 11 ถึง ลบ 13 องศาเซลเซียส คลื่นความเย็นจะลงลึกสู่ชั้นไขมัน ตรงเข้าทำลายเซลล์ไขมัน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง จากนั้นร่างกายจะขับเซลล์ไขมันออกจากร่างกายผ่านทางระบบน้ำเหลือง เซลล์ไขมันส่วนที่ถูกขับออกแล้วจะไม่กลับมาอีกอย่างถาวร

Illustration-how-coolsculpting-works-horizontal-Medium_0.jpg

จากภาพ แสดงกระบวนการกำจัดเซลล์ไขมัน ด้วย CoolSculpting

รูปที่ 1 เม็ดทรงกลมสีเหลืองตามภาพ คือเซลล์ไขมันที่ขยายใหญ่อยู่ภายในร่างกายของเรา

รูปที่ 2 สีฟ้าคือคลื่นความเย็นที่แทรกซึมไปตามช่องว่างของเซลล์ไขมัน

รูปที่ 3 คลื่นความเย็นทำลายเซลล์ไขมันส่วนใหญ่

รูปที่ 4 เซลล์ไขมันในร่างกายลดน้อยลงอย่างชัดเจน

 

ขั้นตอนการทำ

  1. ประเมินและออกแบบบริเวณที่ต้องการทำการรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง 
  2. แนบตัวเครื่องเข้ากับบริเวณที่ต้องการทำการรักษา ซึ่งจะใช้เวลา 35 นาทีโดยประมาณในแต่ละตำแหน่ง
  3. เมื่อเครื่องส่งความเย็นสู่ผิว ในช่วงประมาณ 10 นาทีแรก จะรู้สึกเย็นจัด จากนั้นจะรู้สึกสบายผิว
  4. ความเย็นจะตรงเข้าทำลายเซลล์ไขมัน ซึ่ง CoolSculpting ไม่ได้ใช้เพื่อลดน้ำหนัก แต่จะขจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วตามกระบวนการขจัดออกตามปกติของร่างกาย ทำให้บริเวณที่รับบริการเกิดความเต่งตึงกระชับและได้สัดส่วนมากขึ้น 

3D Fat Loss_0.jpg

ผลลัพธ์หลังทำ 

  • จำนวนเซลล์ไขมันลดลง 20-25% หลังทำ CoolSculpting เพียงครั้งแรก
  • หัวเครื่อง CoolSculpting เป็นสูญญากาศสามารถจำกัดบริเวณที่ต้องการสลายไขมันได้อย่างแม่นยำ และครอบคลุมพื้นที่กว้าง จึงสามารถสลายไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้เวลาไม่มาก
  • ปรับรูปร่าง กระชับสัดส่วนได้ตามที่ต้องการ
  • ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผล มีเพียงรอยแดงที่สามารถหายสนิทได้เอง
  • เห็นผลชัดเจน หลังทำประมาณ 3 สัปดาห์ - 3 เดือน
  • ผิวไม่เกิดคลื่นหลังทำ

เหมาะกับการรักษาบริเวณใดบ้าง?

                ทำได้ทุกบริเวณทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณที่มีไขมันนิ่มๆ จากการที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก แขน เอว หน้าท้อง หลังด้านบน หลังด้านล่าง ต้นขาด้านนอก ต้นขาด้านใน ต้นขาด้านหลัง เข่า หรือแม้แต่คางก็สามารถสลายไขมัน ลดเหนียง ช่วยให้รูปหน้าเรียวกระชับขึ้นได้

 

ความปลอดภัยในการรักษา

                ความเย็นจากการทำ CoolSculpting จะช่วยลดไขมัน โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวชั้นนอก พร้อมเทคโนโลยี Freeze detect สามารถควบคุมอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ ตัวเครื่องจะหยุดทำงานทันที หากตรวจพบความเย็นจากบริเวณผิวชั้นบนที่มากเกินปกติ ทำให้ผิวปลอดภัย ไม่เบิร์นจากความเย็น 

 

ความถี่ในการรักษา

                ควรเว้นระยะการทำ CoolSculpting อย่างน้อย 2 สัปดาห์ 

 

ใครบ้าง? ควรมาทำ CoolSculpting  

  1. คนที่มีไขมันส่วนเกิน ต้องการลดสัดส่วน ให้รูปร่างสวยงาม
  2. คุณแม่หลังคลอด ที่ต้องการกระชับสัดส่วน ให้รูปร่างกลับเข้าที่เหมือนก่อนตั้งครรภ์ไวๆ
  3. คนที่อยากหุ่นดี แต่ไม่ออกกำลังกาย ทำให้มีเนื้อนิ่มๆ หรือเนื้อเหลวตามสัดส่วนต่างๆ ของร่างกาย
  4. คนที่ต้องการลดรูปร่างเฉพาะบางจุดของร่างกาย เพราะไม่สามารถลดได้ด้วยการออกกำลังกาย 
  5. คนที่มีปัญหาไขมันหนาๆ ตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเอวหนา สะโพกมีเนื้อเยอะ แขนนิ่มย้วย ต้นขาใหญ่