fbpx แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำอย่างไร? เช็กอาการเบื้องต้น สาเหตุที่ควรรู้

แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำอย่างไร? เช็กอาการเบื้องต้น สาเหตุที่ควรรู้

แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำอย่างไร? เช็กอาการเบื้องต้น สาเหตุที่ควรรู้

Key Takeaway

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือภาวะที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เปลือกตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ ทำให้ตาดูปรือเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลาและเสียบุคลิกภาพ หากเป็นรุนแรงอาจบดบังการมองเห็นจนกระทบต่อการใช้ชีวิต
  • สาเหตุของอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถเกิดขึ้นได้จากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด อายุมากขึ้น การจ้องจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานโดยไม่พักสายตา ใส่คอนแท็กต์เลนส์ต่อเนื่องกันหลายปี และผลจากการทำตาสองชั้นที่ผิดพลาด 
  • อาการของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สังเกตได้จากหนังตาตก ตาดูปรือ ไม่สดใส ตาไม่เท่ากัน ลืมตาไม่ขึ้น พฤติกรรมเลิกคิ้วและแหงนคอ และขยี้ตาบ่อย 
  • วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถรักษาได้ด้วยวิธีผ่าตัด รักษาด้วยยา ส่วนกรณีที่อาการยังไม่รุนแรงมาก รักษาได้ด้วยการดูแลตัวเองและบริหารกล้ามเนื้อตา

ปัจจุบันอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นอาการที่ใครหลายคนที่ต้องอยู่กับหน้าจอทุกวันกำลังเจอโดยไม่รู้ตัว กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นอาการที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งอายุเพิ่มขึ้น พฤติกรรม หรือโรคทางภูมิคุ้มกัน ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจทำให้การมองเห็นลดลง สามารถรักษาได้หลายวิธี ซึ่งบทความนี้จะมาอธิบายวิธีเช็กภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเบื้องต้น พร้อมวิธีรักษา

 อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร

อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือภาวะที่กล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เปลือกตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ ทำให้ตาดูปรือเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลาและเสียบุคลิกภาพ หากเป็นรุนแรงอาจบดบังการมองเห็นจนกระทบต่อการใช้ชีวิต ซึ่งสาเหตุมีทั้งเป็นมาแต่กำเนิด หรือเกิดจากการใช้ตาหนักในยุคดิจิทัลรวมถึงอายุที่มากขึ้นจนกล้ามเนื้อยืดหย่อน โดยสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดดึงกล้ามเนื้อตา

หากมองเผินๆ อาจสับสนกับโรค MG (Myasthenia Gravis) ซึ่งเป็นภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โดยร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมาขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาทบริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่สามารถรับสัญญาณสั่งการได้ตามปกติและทำงานลดลงจนเกิดอาการอ่อนแรง โดยโรคนี้มักพบได้บ่อยในกลุ่มผู้หญิงช่วงอายุ 20-40 ปี และผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ แต่ควรพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ระดับของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

ลักษณะของตาคนเราโดยปกติแล้ว ขอบตาบนจะคลุมปิดตาดำลงมาไม่เกิน 1-2 มิลลิเมตร แต่ในภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง แบ่งเป็นระดับได้ดังนี้

  • ระดับเริ่มต้น ขอบตาบนปิดคลุมตาดำลงมามากกว่า 2 มิลลิเมตร
  • ระดับกลาง ขอบตาบนปิดคลุมตาดำลงมามากกว่า 3 มิลลิเมตร
  • ระดับรุนแรง ขอบตาบนปิดคลุมตาดำลงมามากกว่า 4 มิลลิเมตร

สาเหตุของอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากอะไร

  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด เกิดจากการที่กล้ามเนื้อตาไม่พัฒนาตามปกติหรือความผิดปกติทางพันธุกรรม ทำให้ตาปรือ ลืมตาไม่ขึ้น และหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจหรือตาเอียงได้
  • ผิวเสื่อมตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างผิวเปลือกตาจะหย่อนคล้อย และกล้ามเนื้อยกเปลือกตาสูญเสียความยืดหยุ่นจากการใช้งานมานาน ทำให้หนังตาตกบดบังการมองเห็นจนต้องติดนิสัยเลิกคิ้วช่วย
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต การจ้องจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานโดยไม่พักสายตา รวมถึงการใส่คอนแท็กต์เลนส์ต่อเนื่องกันหลายปี ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาอ่อนล้าและถูกยืดออกจนอ่อนแรงได้
  • ผลจากการทำตาสองชั้นที่ผิดพลาด การทำตาสองชั้นโดยแพทย์ที่ไม่ชำนาญ อาจเกิดการเย็บปมไหมไปขวางการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือมีการผ่าตัดที่กระทบกระเทือนกล้ามเนื้อตาโดยตรงจนทำให้ตาปรือไม่เท่ากัน

อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มีอะไรบ้าง

อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มีอะไรบ้าง

  • หนังตาตก สังเกตได้จากขอบตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติจนตาดูปรือและไม่สดใส ซึ่งอาจเป็นมาแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลังจากการใช้งานดวงตาหนักจนกล้ามเนื้อยืดออก
  • ตาไม่เท่ากัน ในบางรายอาจมีอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงข้างเดียว ทำให้ระดับการเปิดตาของสองข้างต่างกันอย่างชัดเจน ส่งผลต่อความสวยงามและบุคลิกภาพ
  • ลืมตาไม่ขึ้น เกิดจากกล้ามเนื้อลีเวเตอร์ที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาสูญเสียความแข็งแรง ทำให้ลืมตายากหรือเปิดตาได้ไม่สุด คล้ายกับคนที่อดนอนหรือเพิ่งตื่นนอนตลอดเวลา
  • ติดพฤติกรรมเลิกคิ้วและหน้าผาก นำไปสู่ปัญหาริ้วรอยร่องลึกบริเวณหน้าผากก่อนวัย
  • ขยี้ตาบ่อย จากอาการภูมิแพ้หรือการล้างเครื่องสำอาง ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาถูกดึงรั้งจนยืดหย่อน เกิดชั้นตาเป็นริ้วหลายชั้นและทำให้ตาดูปรือกว่าปกติ

วิธีเช็กอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยตัวเองเบื้องต้น

  • เลิกหน้าผากบ่อย ลืมตาได้ไม่เต็มที่ เห็นตาดำน้อย แม้จะพยายามเบิกตากว้างแล้วก็ตาม 
  • ตาดูง่วงนอนและอ่อนล้าตลอดเวลา 
  • คิ้วยกสูงและมีริ้วรอยหน้าผาก เมื่อกล้ามเนื้อตาไม่มีแรงยกเปลือกตา ร่างกายจะดึงกล้ามเนื้อหน้าผากมาช่วยพยุงแทน 
  • ชั้นตาซ้อนกันหลายชั้น เกิดจากการที่กล้ามเนื้อตาไม่สามารถยืดหดได้เต็มที่ ทำให้ผิวหนังบริเวณเปลือกตาพับทับซ้อนกันจนดูเป็นริ้วหลายชั้น แทนที่จะเป็นชั้นตาที่คมชัด
  • เบ้าตาลึกและดูโหล การที่กล้ามเนื้อตาหดตัวได้ไม่เต็มกำลัง ประกอบกับไขมันรอบตาที่ฝ่อตัวลงตามวัย ทำให้พื้นที่ระหว่างเปลือกตาถึงโหนกคิ้วดูเว้าลึกลงไปจนตาดูโหลและดูมีอายุ

วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

วิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

รักษาด้วยการผ่าตัด

การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นวิธีรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เห็นผลถาวรและช่วยรักษามองเห็นให้กลับมาดีขึ้น โดยแพทย์จะเลือกใช้ 2 เทคนิคหลักตามความเหมาะสมของอาการ ดังนี้

  • ดึงกล้ามเนื้อลีเวเตอร์ (Levator Resection) เป็นการผ่าตัดเพื่อปรับระดับกล้ามเนื้อตา ยกขอบตาให้คลุมตาดำน้อยลง มักทำร่วมกับการทำตาสองชั้น เพื่อแก้ปัญหาหนังตาส่วนเกิน และเย็บชั้นตาให้สวยเท่ากันทั้งสองข้าง
  • เทคนิคใช้กล้ามเนื้อหน้าผากช่วย (Frontalis Sling) ออกแบบมาเพื่อคนที่กล้ามเนื้อตาไม่ทำงานเลย โดยจะใช้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากมาช่วยพยุงการเปิดปิดเปลือกตาแทน

ทั้งนี้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควรเข้ารับการประเมินความรุนแรงของอาการจากแพทย์ที่ชำนาญการด้านรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอย่างละเอียดก่อนเลือกเทคนิคการผ่าตัด ในหลายๆเคส ส่วนใหญ่ที่มาทำมักเป็นเคสแก้ตาสองชั้น ที่เคยทำจากที่อื่นมาแล้ว ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้ต้องกลับมาแก้ ซึ่งเรามี New Lovely Microlaser เทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อการผ่าตัดรอบดวงตาโดยเฉพาะ แผลผ่าตัดเล็ก และระยะพักฟื้นน้อย ทำให้ตาดูสดใส 

รักษาด้วยยา

การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยยาถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจากระบบประสาทหรือภูมิคุ้มกันผิดปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มโรค MG (Myasthenia Gravis) 

ซึ่งแพทย์จะใช้ยาในกลุ่ม Cholinesterase Inhibitors เช่น Pyridostigmine หรือที่รู้จักในชื่อทางการค้าว่า Mestinon® เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณสารสื่อประสาทให้กล้ามเนื้อรับสัญญาณได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ในบางกรณีอาจมีการใช้ยากดภูมิคุ้มกันร่วมด้วยเพื่อปรับสมดุลร่างกาย 

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและบริหารกล้ามเนื้อตา

การดูแลตัวเองและบริหารกล้ามเนื้อตา เป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการตาล้า ตาปรือ และประคองอาการในกลุ่มที่มีปัญหาในระดับเบาถึงปานกลางได้ดี แต่ไม่สามารถทดแทนการรักษาทางการแพทย์ในกรณีที่เป็นโรค MG หรือภาวะหนังตาตกขั้นรุนแรงได้ โดยมีเคล็ดลับดูแลที่ทำตามได้จริงดังนี้

  • พักสายตาตามสูตร 20-20-20 ทุกๆ 20 นาทีที่จ้องหน้าจอ ให้พักมองไกลออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อลดภาระและผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา
  • ปรับสภาพแสงให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการใช้สายตาในที่มืดหรือแสงจ้าเกินไป เพราะการเพ่งจะทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักจนหนังตาดูตกกว่าปกติ
  • นอนหลับให้เพียงพอ ควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะการอดนอนทำให้ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงและอาการตาปรือไม่ดีขึ้น
  • งดพฤติกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อตาล้าต่อเนื่อง เช่น ความเครียดสะสม การอยู่ในที่ร้อนจัด หรือการสูบบุหรี่
  • ประคบอุ่นผ่อนคลาย ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบเบาๆ รอบดวงตา 5-10 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและช่วยให้กล้ามเนื้อรอบเบ้าตาผ่อนคลาย แต่ควรระวังไม่ให้ร้อนจนเกินไป

รักษาผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ราคาเท่าไร

สำหรับการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (กรณีทำร่วมกับการทำตาสองชั้น) ที่ Lovely Eye & Skin Clinic มีรายละเอียดราคาเริ่มต้น 54,000 บาท โดยทีมแพทย์ Lovely Specialist ด้วยเทคนิคหมอรวงข้าว โดยสามารถเข้ามาปรึกษา ขอคำแนะนำก่อนทำการรักษา เพื่อให้อาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงดีขึ้น

แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ Lovely Eye & Skin Clinic ดีอย่างไร

  1. เทคนิคหมอรวงข้าว พัฒนามามากกว่า 15 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ใช้ New Lovely Microlaser ที่มีความแม่นยำ ออกแบบแผลผ่าตัดให้ยกหางตาดูเป็นธรรมชาติและซ่อนแผลไปกับใต้คิ้วแนบเนียน
  2. ทีมแพทย์ Lovely Specialist วิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างตาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์รับกับใบหน้าของแต่ละคน และเพื่อรักษาภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้อย่างตรงจุด
  3. มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล พร้อมห้องผ่าตัดปลอดเชื้อมาตรฐานโรงพยาบาลและเครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยไอน้ำที่ผ่านการรับรอง ISO 13485:2016
  4. การดูแลครบ ด้วย Lovely Special Care ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดทั้งก่อน - หลังทำ และนำคำติชมของลูกค้ามาพัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง
  5. คลินิกเปิดให้บริการมาแล้วมากกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยมี พญ. ณัฐฐามณี สิริภคพันธ์ ว.35780 (หมอรวงข้าว) และ ทีมแพทย์ Lovely Specialist ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาแต่ละบุคคล
  6. รีวิวผลงานจำนวนมาก มีเคสรีวิวหลากหลายสไตล์จากผู้รับบริการจริง สะท้อนถึงประสบการณ์ของทีมแพทย์ Lovely Specialist ได้เป็นอย่างดี

​​​​​​​รีวิวแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ Lovely Eye & Skin Clinic

รีวิวแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ Lovely Eye & Skin Clinic

รีวิวแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ Lovely Eye & Skin Clinic

สรุป

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ทำให้ตาปรือดูง่วงนอนและอาจบดบังการมองเห็น ซึ่งมีสาเหตุทั้งจากกรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้น พฤติกรรมการใช้สายตาหนัก หรือความผิดพลาดจากการทำตาสองชั้น โดยสังเกตได้จากระดับขอบตาที่ปิดตาดำเกิน 2 มม. ขึ้นไป ร่วมกับอาการคิ้วโก่งและเบ้าตาลึกโหล การรักษามีทั้งการใช้ยา การผ่าตัด 

ทั้งนี้ ควรดูแลตัวเองด้วยการพักสายตา นอนหลับให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเพื่อชะลอความเสื่อมของกล้ามเนื้อตา โดยสามารถปรึกษาได้ที่ Lovely Eye & Skin Clinic คลินิกที่ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับรอบดวงตา รักษาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างมั่นใจมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (FAQ)

แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง กับทำตาสองชั้นต่างกันอย่างไร?

การทำตาสองชั้นต่างกับการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตรงที่ การทำตาสองชั้นเป็นการศัลยกรรมเพื่อความสวยงามโดยเน้นสร้างรอยพับชั้นตาและตัดหนังตาส่วนเกินด้วยเทคนิคกรีดสั้นหรือกรีดยาว เพื่อแก้ปัญหาตาชั้นเดียวหรือตาหลบในให้ดูชัดเจนและกลมโตขึ้น 

ในขณะที่การแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นการผ่าตัดที่ต้องลงลึกไปปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาโดยเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาตาปรือ ลืมตาไม่ขึ้น หรือภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพและการมองเห็นอ

ถ้าทำตาสองชั้น โดยไม่แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะเป็นอะไรไหม?

การทำตาสองชั้นเพียงอย่างเดียวโดยไม่แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย จะช่วยแก้ปัญหาหนังตาตกได้เพียงผิวเผิน แต่อาจทิ้งปัญหาเดิมไว้จนทำให้ดวงตายังดูปรือ ชั้นตาดูหนาเตอะหรือใหญ่เกินไป และตาอาจไม่เท่ากันเนื่องจากปัญหากล้ามเนื้อยังไม่ถูกแก้ไข 

แต่หากผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาควบคู่ไปด้วย จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ช่วยให้กล้ามเนื้อมีแรงยกเปลือกตาได้เต็มที่ ส่งผลให้ดวงตาเปิดกว้างดูสดใส ชั้นตาคมชัดสวยงามในขนาดที่พอดี และป้องกันปัญหาตาโหลหรือชั้นตาซ้อนกันหลายชั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแล้วจะหลับตาไม่สนิทจริงไหม?

จริง เพราะการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอาจทำให้เกิดภาวะหลับตาไม่สนิทในช่วง 1-3 เดือนแรก ซึ่งถือเป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไปจากการบวมช้ำของเนื้อเยื่อและการรั้งตัวของแผลในช่วงพักฟื้น โดยอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นในภายหลัง

แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?

การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมักใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้แผลเริ่มแห้งและยุบบวม โดยอาการบวมช้ำจะเห็นชัดที่สุดในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด จากนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ และแผลจะสมานตัวจนดูสวยเป็นธรรมชาติภายในระยะเวลา 1 เดือน

ผ่าตัดกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแล้วจะกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?

มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ แต่พบได้น้อย สาเหตุมักมาจากอายุมากขึ้น หรือพฤติกรรมเสี่ยงที่ไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อตาถูกยืดออก เช่น การขยี้ตาแรงๆ เป็นประจำ และการใส่คอนแท็กต์เลนส์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาในระยะยาว

หมอรวงข้าว Lovely Eye พญ. ณัฐฐามณี สิริภคพันธ์ ว.35780
ข้อมูลโดยหมอรวงข้าว Lovely Eye พญ. ณัฐฐามณี สิริภคพันธ์ ว.35780
ผู้พัฒนาเทคนิคศัลยกรรมตาหมอรวงข้าว ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553 ผู้ร่วมก่อตั้ง เลิฟลี่อายแอนด์สกิน คลินิก ปี พ.ศ. 2557 และดูแลมาตรฐาน Lovely Specialist ของ Lovely Eye & Skin Clinic