
Credit ภาพ : vogue.in
ตามปกติแล้ว สิวที่เกิดบนแผ่นหลัง คงไม่ค่อยมีใครเห็น ก็อาจไม่สร้างความกังวลใจเท่ากับสิวที่เกิดบนใบหน้า แต่โอกาสที่คนจะเห็น ก็มีไม่น้อยเช่นกัน อย่างเวลาที่เราสวมชุดเปิดหลังตัวโปรด สวมชุดว่ายน้ำ หรือสวมเสื้อสายเดี่ยว คงไม่มีใครอยากเปิดเผยแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยเม็ดสิวหรือรอยด่างดำจากสิว แต่การรักษาสิวให้หาย ก็ต้องใช้เวลาและวิธีที่เหมาะสมกับสิวแต่ละประเภท มารู้จักสิวประเภทต่างๆ กันก่อนดีกว่า จะได้เลือกใช้วิธีรักษาสิวได้อย่างถูกต้อง
Credit ภาพ : livestrong.com
สิวที่หลัง
สิวที่หลังคือสิวที่เกิดขึ้นบริเวณแผ่นหลัง ไหล่ และหน้าอก ซึ่งมักมีลักษณะคล้ายกับสิวบนใบหน้า เช่น สิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวหัวหนอง โดยมีสาเหตุหลักจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้รูขุมขนอุดตัน รวมถึงเหงื่อและความอับชื้น โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายที่ไม่ได้อาบน้ำทันที นอกจากนี้ การเสียดสีจากเสื้อผ้ารัดแน่นหรือไม่ระบายอากาศอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ รวมถึงแชมพูหรือสบู่ที่มีส่วนผสมที่ระคายเคืองผิว ฮอร์โมนและพันธุกรรมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวที่หลังได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับอาหารที่มีน้ำตาลสูงและความเครียดที่อาจส่งผลต่อการเกิดสิว
6 ประเภทและความรุนแรงของสิวที่หลัง
-
ประเภทที่ 1 สิวหัวขาว
เป็นสิวที่มีลักษณะเป็นจุดหรือตุ่มเล็กๆ เกิดจากรูขุมขนอุดตัน ซึ่งมีผิวหนังชั้นบางๆ สีขาวเคลือบเอาไว้ สามารถกดออกได้ง่าย
-
ประเภทที่ 2 สิวหัวดำ
เป็นสิวที่เกิดจากรูขุมขนอุดตัน ที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน จนกลายเป็นจุดดำๆ เล็กๆ บนผิวหนัง สามารถกดออกได้ง่ายเช่นเดียวกับสิวหัวขาว
-
ประเภทที่ 3 สิวอักเสบตุ่มนูนแดง
เป็นสิวที่เกิดจากการอักเสบของสิวอุดตัน เป็นสิวประเภทที่ไวต่อการสัมผัส หากแกะหรือบีบ อาจเกิดการติดเชื้อรุนแรง จนเป็นแผลเป็นได้ จึงไม่ควรแกะหรือบีบสิวประเภทนี้โดยเด็ดขาด
-
ประเภทที่ 4 สิวอักเสบหัวหนอง
เป็นสิวอักเสบ ที่มีตุ่มหนองอยู่ภายใน หากกดออก อาจทำให้เกิดเป็นรอยด่างดำหรือแผลเป็นได้
-
ประเภทที่ 5 สิวอักเสบแดง
เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรงที่มีขนาดใหญ่ แข็ง อาจมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย และไม่สามารถกดออกได้ด้วยตัวเอง
-
ประเภทที่ 6 สิวหัวช้างหรือสิวซีสต์
เป็นสิวระดับรุนแรงที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งภายในจะมีถุงน้ำที่มีเต็มไปด้วยหนอง มีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง ไม่สามารถกดออกได้ ต้องใช้วิธีผ่าตัดเท่านั้น
Credit ภาพ : imabeautygeek.com
ต้นเหตุของการเกิดสิวที่หลัง
ฮอร์โมน
สิวทุกที่ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบนใบหน้า หน้าอก แผ่นหลัง หรือก้น มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนในร่างกายของเราที่มีความเปลี่ยนแปลง วัยรุ่น หรือผู้หญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์ จึงมีโอกาสเป็นสิวมากเป็นพิเศษ
เหงื่อไคล
เมื่ออากาศร้อน เหงื่อจะออกมากกว่าปกติและเกิดการหมักหมม เพราะรูขุมขนที่เปิดกว้างจะเกิดการสะสมของแบคทีเรีย และกระตุ้นให้เกิดสิว นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก อย่างเช่น การสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดีพอ การสวมชุดนอนซ้ำ ชุดเครื่องนอนและเตียงไม่สะอาด ไม่อาบน้ำในทันทีหลังเล่นกีฬา เป็นต้น
ผิวแพ้ง่าย
เกิดการระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์เคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำยาซักผ้า หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มต่างๆ สบู่ ครีมอาบน้ำหรือแม้แต่แชมพูที่ใช้สระผม ก็ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดสิวที่แผ่นหลังได้ทั้งสิ้น
รับประทานอาหารทอด อาหารมันเป็นประจำ
การรับประทานอาหารประเภทที่มีส่วนประกอบของไขมันสูงอยู่เป็นประจำ จะทำให้เกิดสภาวะผิวมัน ซึ่งจะทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน ทำให้เกิดสิวที่แผ่นหลังได้ง่าย

Credit ภาพ : stylecraze.com
วิธีรักษาสิวที่หลัง ด้วยพลังจากธรรมชาติ
- ดินสอพองผสมมะนาว นำมาพอกให้ทั่วแผ่นหลัง ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออก ทำเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ดินสอพองมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของผิว ทำให้สิวยุบและแห้งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มะนาวช่วยผลัดเซลล์ผิว ให้ริ้วรอยจางลง ช่วยเผยผิวกระจ่างใสได้เต็มที่
- ว่านหางจระเข้ นำเนื้อวุ้นมาทาบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออก จะช่วยลดการอักเสบของสิว ลดรอยแผลจากสิวและจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี
- เกลือขัดผิว นำมาสครับผิวบริเวณแผ่นหลังเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ช่วยลดสิวและทำให้ผิวขาวเนียนกระจ่างใสขึ้น
- น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล นำมาใช้รักษาสิวบนแผ่นหลังได้ โดยการใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลและเช็ดบริเวณสิวบนแผ่นหลังทุกวันก่อนนอน จะช่วยฆ่าเชื้อ ลดการอักเสบของสิว และยังช่วยให้จุดด่างดำจางลงอีกด้วย
- มะขามเปียกผสมขมิ้นและน้ำเปล่าเล็กน้อย นำมาทาให้ทั่วบริเวณที่มีสิว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก ผิวจะขาวผ่องขึ้น ด้วยคุณสมบัติของมะขามเปียก ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและช่วยป้องกันการเกิดสิว ส่วนขมิ้นมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ต้นเหตุของสิวบนแผ่นหลัง
- ใยบวบขัดผิว เมื่อสิวแห้ง นำมาถูแผ่นหลังเบาๆ อาจใช้ร่วมกับสบู่รักษาสิว ทำเป็นประจำ จะช่วยผลัดเซลล์ผิว และลดรอยสิว ช่วยให้ผิวแผ่นหลังเรียบเนียนได้เร็วขึ้น
วิธีรักษาสิวที่หลังโดยแพทย์ หลังให้กลับมาเรียบเนียน
เนื่องจากสิวที่หลังสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ การรักษาสิวที่หลังจะมีหลากหลายวิธี ได้แก่
- การใช้ยาปฎิชีวนะสำหรับใช้ภายนอก ใช้ทาบริเวณที่เป้นสิว ส่วนมากจะใช้รักษาสิวที่หลังที่เกิดจากแบคทีเรีย
- การฉีดคอร์ติโซน ส่วนมากจะใช้รักษาสิวหัวช้าง
- ศัลยกรรมหลุมสิว ส่วนมากใช้ในการรักษาสิวที่หลัง ประเภทสิวหัวดำ หรือสิวหัวขาว
- ฮอร์โมนบำบัด ใช้ในการรักษาสิวที่มีสาเหตุจากปัญหาของระดับฮอร์โมน
- การรับประทานยา โดยส่วนมากจะเป้นยาปฎิชีวนะ ใช้ในกรณีที่มีสิวที่หลังในปริมาณปานกลางถึงมาก
อาการสิวที่หลังแบบไหนที่ควรพบแพทย์
โดยทั่วไปอาการสิวที่หลัง เช่นเดียวกับสิวบนหน้าสามารถดีขึ้นได้ด้วยตัวเอง หากมีการดูแลที่ถูกต้อง แต่หากมีบางอาการดังต่อไปนี้ร่วมกับการเกิดสิว แนะนำให้เข้าปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจ
- มีอาการปวดบวม
- มีอาการอักเสบที่บริเวณสิว
- มีไข้ หรืออาการอื่นๆจากการติดเชื้อ

Credit ภาพ : telegraph.co.uk
สิวที่หลัง ป้องกันได้
- แผ่นหลังของเราเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันมากกว่าส่วนอื่นๆ ทำให้มีการผลิตน้ำมันออกมาตามรูขุมขนได้มากกว่าบริเวณอื่นของร่างกาย สิวจึงเกิดบริเวณแผ่นหลังได้ง่าย จึงควรหมั่นทำความสะอาดหลังของเราอยู่เสมอ เพื่อชำระล้างความมันส่วนเกิน
- ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโลชั่นบำรุงผิว ครีมกันแดด หรือครีมนวดผม อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวบนแผ่นหลังของเราได้ จึงควรทำความสะอาดแผ่นหลังให้สะอาดหมดจดทุกครั้งที่อาบน้ำ รวมถึงคนที่มีผมยาวถึงหลัง ควรรวบผมมาด้านหน้า เมื่อชโลมครีมนวด เพื่อไม่ให้เนื้อครีมสัมผัสโดนแผ่นหลัง
- เสื้อผ้าที่รัดหรือคับเกินไป ทำให้ผิวเกิดการเสียดสีบ่อย ทำให้รูขุมขนเกิดการรบกวน จนเกิดอาการระคายเคืองและเป็นสิว จึงไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่รัดหรือคับแน่นเกินไป
- ของมัน ของทอด ของหวานและขนมที่ทำจากนม ทำให้เกิดสิวได้ จึงควรลดปริมาณในการรับประทานของเหล่านี้ลง และหันมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพผิวให้มากขึ้น เช่น ผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง นมถั่วเหลือง ไข่ เป็นต้น
Beauty Tips :
พิชิตสิว เพื่อผิวสะอาดใสไร้สิว ด้วยนวัตกรรมรักษาสิวที่ดีที่สุดของ Lovely Eye & Skin Clinic ที่สามารถกำจัดสิวไม่พึงปรารถนาที่ขึ้นบนแผ่นหลังหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว เห็นผลได้ทันทีในการรักษาเพียงครั้งเดียว ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ไปดูกันดีกว่าว่านวัตกรรมแบบไหน จะเหมาะกับเราที่สุด

- O2 JetPeel เป็นนวัตกรรมรักษาสิว เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยการใช้น้ำที่มีแรงดันสูง พ่นสู่ผิวเพื่อส่งผ่านออกซิเจนให้เข้าสู่ผิว ด้วยความเร็ว 200 เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกำจัดสิ่งอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เพิ่มออกซิเจนที่ช่วยกำจัดแบคทีเรีย ลดการอักเสบของสิว นอกจากนี้ยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดี
- Pico Plus นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาฝ้า กระ และความผิดปกติของสีผิว ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์มาตรฐานระดับเดียวกับที่ใช้ในโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย เป็นการรักษาและผลัดเซลล์ผิวเฉพาะจุด โดยไม่รบกวนผิวบริเวณข้างเคียง ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดเหมือนการทำเลเซอร์รุ่นเก่าๆ ด้วยการยิงลำแสงอนุภาคขนาดเล็กสู่ชั้นใต้ผิวหนังแท้ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและกำจัดเม็ดสีเมลานิน สร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรง เรียบเนียนแทนที่ผิวเก่า สามารถรักษารอยดำบางชนิดที่เกิดตามหลังการอักเสบของสิวได้อย่างดีเยี่ยม

Credit ภาพ : indiamart.com
- สบู่เวชสำอาง บรรเทาอาการผิวมัน ช่วยลดปัญหาสิวทุกชนิดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมทุกโซนผิวทั่วหน้าและลำตัว เหนี่ยวนำไขมันส่วนเกินที่อุดตันให้หลุดออกมา เปิดหัวสิวเพื่อเร่งคอมีโดนในหัวสิวหลุดออก สลายสิวอุดตัน ลดการเกิดสิวอุดตัน สิวเสี้ยน สิวผด ลดอาการแพ้ของผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิว เสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ และยังช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้เป็นอย่างดี

Credit ภาพ : healthline.com
- ยาบรรเทาและแก้ปัญหาสิว มีหลายสูตรเหมาะกับแต่ละบุคคล ทั้งสูตรรักษาสิวและรอยดำ สูตรแต้มสิวหรือทาทั่วหน้า และสูตรทาสิวอุดตัน ซึ่งคุณหมอจะทำการประเมินและจัดยาตามลักษณะอาการ
การดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องความสะอาดของผิว และเรื่องอาหารการกิน ถือเป็นการป้องกันสิวได้ดีทางหนึ่ง แต่เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อเป็นสิวแล้วควรปรึกษาคุณหมอและเลือกใช้นวัตกรรมรักษาสิวที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
1. รอยสิวที่หลังรักษาอย่างไร ?
การรักษารอยสิวที่หลังสามารถรักษาได้หลายวิธี ขึ้นอยู่สาเหตการเกิดสิว ในเบื้องต้นควรหลีกเลี่ยงไม่ให้หลังเกิดความอับชื้นสะสม และทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรบีบ หรือแกะสิวเพื่อลดโอกาสการอักเสบ หากมีอาการอื่นๆร่วมด้วยควรเข้าพบแพทย์
2. มีวิธีรักษาสิวที่หลังแบบเร่งด่วนไหม ?
ในเบื้องต้นควรขัดทำความสะอาดหลังเป็นประจำ และใส่เสื้อที่สามารถระบายอากาศได้ดี เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดการระคายเคือง หรือการอักเสบ
3. สิวขึ้นหลัง บอกโรคได้จริงไหม ?
โดยทั่วไปสิวที่หลังจะไม่ได้บ่งบอกถึงอาการป่วย แต่อาจจะบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของออร์โมนในวัยรุ่น หรือผู้ที่มีการตั้งครรภ์ หากมีความกังวลเนื่องจากมีสิวที่หลังโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการหาสาเหตุ
4. สิวที่หลัง กดหรือบีบ ได้ไหม?
ไม่ควรกดหรือบีบสิวที่หลัง เนื่องจากจะทำให้เกิดการอักเสบ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผลเป็นได้
5. รักษาสิวที่หลัง ใช้เวลานานเท่าไหร่ ?
โดยทั่วไปสิวที่หลังจะดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ และจะเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใน 2-3 เดือน หากทำการดูแลอย่างต่อเนื่องเป้นเวลาเกิน 2 เดือนแล้วสิวที่หลังไม่ลดลง ควรเข้าปรึกษาแพทย์
6. รอยสิวที่หลังสามารถหายเองได้ไหม ?
สิวที่หลังที่เกิดจากการระคายเคือง หรือจากการสะสมของแบคทีเรีย มันจะหายได้เองหากดูแลอย่างเหมาะสม แต่หากมีสาเหตุมาจากสุขภาพร่างกาย เช่น ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมน ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกต้อง
สรุป
สิวที่หลังสามารถเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ฮอร์โมน เหงื่อไคล การระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์เคมี หรืออาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งมีหลายประเภทตั้งแต่สิวหัวขาว หัวดำ ไปจนถึงสิวอักเสบรุนแรง วิธีรักษามีทั้งแบบธรรมชาติ เช่น ดินสอพองผสมมะนาว ว่านหางจระเข้ และการรักษาทางการแพทย์ เช่น ยาปฏิชีวนะ เลเซอร์ หรือฮอร์โมนบำบัด การป้องกันทำได้โดยรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าคับแน่น และรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หากสิวรุนแรงหรือมีอาการอักเสบควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
อ้างอิง
Back acne. (2025, February 7). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22756-back-acne
Sabrina. (2023b, January 24). A dermatologist’s guide to treating back acne - Spring Street Dermatology. Spring Street Dermatology. https://springstderm.com/a-dermatologists-guide-to-treating-back-acne/
Chatsupakul, S. (2024, September 20). Back acne: cuases, treatment and prevention. MedPark Hospital. https://www.medparkhospital.com/en-US/disease-and-treatment/back-acne
Goldman, R. (2019, March 8). How to get rid of back acne. Healthline. https://www.healthline.com/health/how-to-get-rid-of-back-acne



