fbpx โรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ต้นเหตุของอาการตาแห้ง ควรรีบรักษา

โรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ต้นเหตุของอาการตาแห้ง ควรรีบรักษา

           โรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ทำให้เกิดอาการระคายเคืองบริเวณรอบดวงตา รู้สึกไม่สบายตา ทำให้ตาแห้ง และยังเป็นต้นตอของอาการตาฝืดเคือง เจ็บเมื่อกระพริบตา จึงทำให้รบกวนการใช้ชีวิตเพราะไม่สามารถใช้สายตาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งไขมันที่เปลือกตาอุดตันเกิดจากอะไร สามารถป้องกันและรักษาได้อย่างไร ไปดูกันต่อในบทความได้เลย! 

Table of Contents

  1. ลักษณะต่อมไขมันที่เปลือกตา เป็นอย่างไร
  2. ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน คืออะไร
  3. อาการต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน เป็นอย่างไร
  4. ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน อันตรายไหม
  5. ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน เกิดจากอะไร
  6. วินิจฉัยโรคต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันได้อย่างไร
  7. การรักษาอาการต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน
  8. การรักษาที่แนะนำจากจักษุแพทย์
  9. บริการตรวจตาเบื้องต้นที่ Lovely Eye & Skin Clinic ดีอย่างไร
  10. ป้องกันต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันได้อย่างไร
  11. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน (FAQs)

ลักษณะต่อมไขมันที่เปลือกตา เป็นอย่างไร

           ต่อมไขมันที่เปลือกตา (Meibomian Gland) จะพบที่บริเวณใต้เปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง โดยก้อนไขมันที่เปลือกตาบนจะมีต่อมไขมันอยู่ที่ 30–40 ต่อม และ 20–30 ต่อมบริเวณเปลือกตาล่าง มีหน้าที่ช่วยรักษาสมดุลดวงตา ไม่ให้ดวงตาแห้ง ระคายเคือง ป้องกันการระเหยของน้ำตาไม่ให้แห้งเร็วเกินไป สามารถสังเกตต่อมไขมันได้โดยการยกเปลือกตา รูเปิดต่อมไขมันจะเรียงอยู่บริเวณขอบตา ใต้แนวโคนขนตาทั้งขอบตาบนและขอบตาล่าง หากดวงตาไม่ได้มีปัญหาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันบริเวณดังกล่าวก็จะมีลักษณะเรียบเนียน ไม่มีตุ่มก้อนไขมันปรากฏให้เห็น

ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน คืออะไร

           โรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน (Meibomian gland dysfunction, MGD) เป็นโรคที่พบเจอได้บ่อยแต่เป็นโรคเกี่ยวกับดวงตาที่หลายคนอาจไม่ได้นึกถึง ซึ่ง Meibomian gland คือ ต่อมที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำมันเพื่อมาเคลือบดวงตา ไม่ให้เกิดอาการตาแห้งระคายเคืองตา น้ำตาคนเรามีอยู่ 3 ชั้น คือ ชั้นเมือก (Mucous Layer), ชั้นน้ำ (Aqueous Layer) และชั้นไขมัน (Lipid Layer) 

           ผู้ที่มีปัญหาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน  ดวงตาที่เป็นปัญหาจะมีลักษณะแดง ระคายเคือง หากลองยกเปลือกตาดู จะสังเกตเห็นได้ว่าว่าขอบเปลือกใต้โคนขนตาจะมีลักษณะเป็นเม็ดๆ สีเหลืองขุ่นไปจนถึงขาวขุ่นขึ้นอยู่กับว่ามีอาการต่อมไขมันอุดตันมานานแค่ไหน หากดวงตาและเปลือกตามีลักษณะดังกล่าว รวมทั้งมีอาการระคายเคืองตา แสบตา นั่นหมายถึงว่ากำลังประสบปัญหาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันนั่นเอง 

 

อาการต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน เป็นอย่างไร

           ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ส่งผลให้การใช้สายตาแย่ลง เนื่องจากการระคายเคือง ซึ่งอาการต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน ทำงานผิดปกติ ไขมันชั้นตาเยอะ มักมีอาการดังต่อไปนี้ 

  • มีอาการคันหรือแสบตา
  • มีอาการระคายเคืองดวงตา
  • ตาเจ็บ อักเสบแดง
  • เปลือกตาบวม
  • น้ำตาไหล
  • ตาสู้แสง สู้ลมได้ไม่ดี
  • มีความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตา
  • ตาเบลอ มองไม่ชัด
  • ขนตาร่วง
  • ตาเป็นกุ้งยิง

ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน อันตรายไหม

           ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันไม่อันตรายหากรู้จักสังเกตอาการและเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา ไม่ปล่อยไว้ให้อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงแรกที่มีการอุดตันของไขมันที่เปลือกตา อาจไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากกับดวงตาและการใช้ชีวิตประจำวัน แต่หากปล่อยไว้ให้อุดตันต่อไป ต่อมท่อไขมันก็จะขยายใหญ่ขึ้น จนท่อต่อมไขมันเริ่มเกิดการคดเคี้ยว หากยังไม่ได้รับการรักษา ต่อมไขมันก็จะตาย ไม่สามารถผลิตน้ำมันเพื่อมาเคลือบดวงตาได้ ทำให้เกิดตาแห้งถาวร อาจต้องใช้การหยอดตาไปตลอด นอกจากนี้การไม่รักษาต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันยังทำให้ดวงตาอักเสบติดเชื้อได้ง่ายขึ้น หรือติดเชื้อรุนแรงหากต้องผ่าตัดดวงตา กระจกตา หรือต้อหิน ต้อเนื้อ ต้อกระจก เป็นต้น

ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน เกิดจากอะไร

           ไม่ว่าใครก็สามารถประสบปัญหาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้ ยิ่งในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังมีหลากหลายสาเหตุที่ทำให้ไขมันที่เปลือกตาทำงานผิดปกติ ดังนี้ 

1. อายุที่มากขึ้น

           อายุที่มากขึ้นโดยเฉพาะในเพศหญิงที่มีอายุ 40-50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเกิดไขมันที่เปลือกตาทำงานผิดปกติได้ง่ายขึ้น เนื่องจากต่อมไขมันเปลือกตาผลิตน้ำมันได้น้อยลง จากการอุดตันและความอ่อนแอของต่อมไขมัน ทำให้ตาแห้งระคายเคือง

2. โรคทางตา

           โรคทางตาบางชนิด เช่น โรคตาอักเสบเรื้อรัง ตากุ้งยิง ภูมิแพ้ที่ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ และไรที่ขนตา (Demodex) อาจทำให้การระบายไขมันของต่อมไขมันที่เปลือกตาผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันและการอุดตันในบริเวณนั้นได้

3. โรคทางกาย 

           โรคทางกายบางอย่างอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของต่อมไขมันที่เปลือกตาได้ เช่น โรคแพ้ยา Stevens-Johnson Syndrome, สะเก็ดเงิน, ความดันโลหิตสูง, ภาวะถุงน้ำรังไขหลายใบ (PCOS) เป็นต้น

4. ผลข้างเคียงจากการใช้ยา

           การใช้ยา เช่น ยารักษาสิว (Isotretinoin), ยาแก้แพ้, ยาต้อหิน, ยาฮอร์โมน อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้การทำงานของต่อมไขมันที่เปลือกตาเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจนำไปสู่การสะสมของไขมันในบริเวณเปลือกตา และทำให้ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้

5. กรรมพันธุ์

           ผู้ป่วยต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันบางรายมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นมาแต่กำเนิด อาจเกิดมามีต่อมไขมันที่เปลือกตาน้อยหรือไม่มีเลย

6. การใส่คอนแทกต์เลนส์เป็นประจำ

           การใส่คอนแทกต์เลนส์เป็นประจำหรือใส่นานๆ โดยเฉพาะผู้ที่ใส่แบบรายเดือนหรือรายปี ทำให้ต่อมไขมันที่เปลือกตาทำงานได้ไม่ค่อยดี

7. การจ้องมองหน้าจอเป็นเวลานาน

           การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานทำให้อัตราการกระพริบตาลดลงใน 1 นาที โดยปกติคนเราจะกระพริบตาอยู่ที่ 10-20 ครั้ง/นาที หากมีการจ้องมองจอเป็นระยะเวลานานๆ อัตราการกระพริบตาต่อนาทีก็ลดลง เพราะการกระพริบตาเป็นการดึงเอาไขมันออกมาเคลือบดวงตาเพื่อป้องกันตาแห้งตามกลไกธรรมชาติ เมื่อกระพริบตาน้อย ไขมันที่ต้องออกมาเคลือบดวงตาจึงค้างอยู่ในต่อมจนเกิดการอุดตัน

8. เครื่องสำอางที่ใช้แต่งตา

           การใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน เช่น การใช้อายไลน์เนอร์ มาสคาร่า หรืออายครีม

วินิจฉัยโรคต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันได้อย่างไร

           การวินิจฉัยโรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน จักษุแพทย์จะทำการวินิจฉัยว่าเข้าเกณฑ์ตาแห้งหรือไม่ เพราะอาการของโรคต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันจะมีอาการใกล้เคียงกันกับโรคตาแห้งจากสาเหตุอื่นๆ และทำการแยกว่าเป็นประเภทตาแห้งแบบไหน ตาแห้งกลุ่มสร้างน้ำตาได้น้อย หรือตาแห้งในกลุ่มน้ำตาระเหยเร็วจากต่อมไขมันอุดตัน 

           จักษุแพทย์ทำการพลิกเปลือกตาดูท่อไขมันว่าปกติไหม มีการขยายใหญ่ขึ้น หรือเริ่มมีการคดเคี้ยว หรือท่อฝ่อตายหรือไม่ ร่วมกับการดูผิวตาว่ามีการถลอกหรือไม่ น้ำตาระเหยเร็วกว่าปกติหรือเปล่า และจึงสรุปว่าเป็นโรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันหรือเป็นภาวะอื่น

การรักษาอาการต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน

           รักษาได้ ทั้งการดูแลตนเองและการพบจักษุแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยมีวิธีรักษา ดังนี้

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้สายตา

           ปัจจุบันกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้หลายคนใช้สายตามองจอมากขึ้น เช่น จอโทรศัพท์ จอคอมพิวเตอร์ เมื่อใช้สายตาจ้องเป็นเวลานาน การกระพริบตาน้อยลง ทำให้ไขมันที่ทำหน้าที่เคลือบดวงตาเมื่อกระพริบตาค้างอยู่ในท่อไขมัน เกิดต่อมไขมันอุดตัน ทำงานได้ไม่เป็นปกติ จนเกิดตาแห้งระคายเคืองตามมา ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการพักสายตาทุกๆ 20 นาที จากการจ้องหน้าจอเป็นระยะเวลานาน ลดการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ กระพริบตาบ่อยๆ หรืออาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตาช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น 

2. ดูแลเปลือกตาอย่างเหมาะสม

           การดูแลเปลือกตาอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็น ช่วยให้การทำงานของต่อมไขมันที่เปลือกตาทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่ใช้สายตาเยอะหรือแต่งหน้าบ่อย เพราะจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันได้ ซึ่งการดูแลเปลือกตาก็สามารถทำเองได้ง่ายๆ ดังนี้

การทำความสะอาดขอบตา

  • ขอบตาอาจเป็นแห่งสะสมของเชื้อโรคไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่ก็ตาม ควรที่จะดูแลความสะอาดบริเวณรอบดวงตาให้ดี เพราะเป็นบริเวณที่บอบบาง เกิดการระคายเคืองได้ง่าย และสิ่งสกปรกอาจไปอุดตันตามท่อไขมันบริเวณโคนขนตา 
  • การทำความสะอาดขอบตาสามารถทำได้โดยใช้สำลีชุบด้วยน้ำสะอาดที่ผสมกับยาสระผมสำหรับเด็กอ่อน อัตราส่วน 1:10 หรือน้ำยาทำความสะอาดรอบดวงตาโดยเฉพาะ หลังการประคบอุ่น ให้เช็ดบริเวณขอบเปลือกตาและโคนขนตาให้สะอาด วันละ 1-2 ครั้ง   

การนวดเปลือกตา

การนวดเปลือกตาช่วยให้ไขมันที่อุดตันอยู่ในท่อต่อมไขมันออกมา สำหรับเปลือกตาบนทำการนวดโดยใช้มือดึงหางตามองต่ำ และใช้มืออีกข้างค่อยๆ กดนวดจากบนลงล่างเพื่อให้การอุดตันของไขมันที่เปลือกตาบนออกมา สำหรับขอบตาล่างให้ทำเช่นเดียวกันแต่มองบน ใช้นิ้วนวดจากล่างขึ้นบนจากหัวตาไปสู่หางตา

การประคบอุ่น

เมื่อมีอาการท่อไขมันที่ตาอุดตันอาจทำให้ดวงตามีสารเหนียวข้นออกมา ซึ่งทำให้ระคายตา ตาพร่า สร้างความน่ารำคาญได้ เพื่อระบายไขมันที่อุดตันตามท่อ และให้ท่อไขมันทำงานได้ดียิ่งขึ้น วิธีการทำก็จะใช้ ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น เจลประคบร้อน หรือเครื่องทำความอุ่นบริเวณเปลือกตา (Blephasteam) ประคบเป็นเวลา 10-15 นาที โดยใช้ความร้อนประมาณ 40 องศาเซลเซียส

3. หยอดน้ำตาเทียม

           น้ำตาเทียมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ลดอาการระคายเคืองตา ตาแห้ง หากทำการดูแลดวงตาทุกอย่างข้างต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อทำการรักษาเพิ่มเติม

การรักษาที่แนะนำจากจักษุแพทย์

           หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตา ดูแลเปลือกตาอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด การนวดเปลือกตา การประคบอุ่น รวมไปถึงการใช้ยาหยอดตาแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำว่าควรเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อทำการรักษาในขั้นตอนต่อไป โดยมีการรักษาที่หลากหลายตามความเหมาะสม ดังนี้

  • รักษาด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่ม Azithromycin ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Azithromycin ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่บริเวณต่อมไขมันที่เปลือกตาและลดอาการอักเสบเนื่องจากแบคทีเรียมีส่วนทำให้ต่อมไขมันเปลือกตาอักเสบ
  • รักษาด้วยการหยอดยากลุ่ม Cyclosporine ยากลุ่ม Cyclosporine หรือสเตียรอยด์ จะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อกระจกตาและเปลือกตามีการอักเสบมาก โดยยากลุ่มสเตียรอยด์ไม่ควรใช้เป็นระยะเวลานาน และมีผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดความดันลูกตาสูงและต้อหินได้
  • รักษาด้วยยากลุ่ม Doxycycline ยากลุ่ม Doxycycline เป็นยาที่ช่วยปรับคุณสมบัติของไขมัน ลดการอักเสบ และลดแบคทีเรียสะสมได้อีกด้วย
  • กินอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น ปลาทะเลน้ำลึกหรือเมล็ด Flaxseed ซึ่งมีรายงานว่าสามารถช่วยลดอาการตาแห้งจากไขมันที่เปลือกตาอุดตันได้เช่นกัน เพราะทำให้ผลิตน้ำตาได้มากขึ้น ป้องกันน้ำตาระเหยเร็วเกินไป ดวงตาเกิดความชุ่มชื้น บรรเทาอาการตาแห้งได้
  • บริการตรวจตาเบื้องต้นที่ Lovely Eye & Skin Clinic ดีอย่างไร

บริการตรวจตาเบื้องต้นที่ Lovely Eye & Skin Clinic ดีอย่างไร

           Lovely Eye & Skin Clinic เป็นคลินิกที่เน้นการศัลยกรรมเฉพาะรอบดวงตาอย่างเดียว ไม่มีศัลยกรรมอื่น ปัจจุบันได้มีบริการตรวจตาเบื้องต้นให้กับผู้ที่มาใช้บริการ หรือคนไข้ ไม่ว่าจะเป็น

  • การตรวจวัดค่าสายตา
  • การตรวจระยะการมองเห็น
  • การตรวจความดันลูกตา
  • การตรวจต้อหิน ต้อกระจก
  • การตรวจภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
  • การตรวจหนังตาตกทับดวงตา 
  • การตรวจโรคเกี่ยวกับดวงตาอื่นๆ

           โดยที่นี่มีเครื่องมือทางการแพทย์ 4 เครื่องด้วยกัน มีการตรวจจากเจ้าหน้าที่มากประสบการณ์ ได้แก่ ตรวจตาด้วยเครื่อง Elite (Visual Acuity) ตรวจตาด้วยเครื่องวัดค่าสายตา (Refraction) ตรวจตาด้วยเครื่องตรวจความดันลูกตา  (Tonometry) รวมถึงการตรวจตาเครื่อง Slit Lamp กล้องจุลทรรศน์ที่สามารถส่องเห็นทั้งภายนอกและภายในดวงตาแบบภาพ 3 มิติ ตรวจโดยจักษุแพทย์ (ทีมแพทย์ Lovely Specialist) 

ป้องกันต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันได้อย่างไร

           การป้องกันไม่ให้เกิดไขมันเปลือกตาอุดตันเลยเป็นไปไม่ได้ แต่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดได้ วิธีป้องกันต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน มีดังต่อไปนี้ 

  • ดูแลควบคุมสุขภาพร่างกายให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง
  • ไม่สัมผัสกับสิ่งที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง
  • ดูแลบริเวณรอบดวงตาให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ลดการใช้สายตา หรือมองจอเป็นเวลานานๆ
  • กระพริบตาบ่อยๆ 
  • หากรู้สึกว่ามีอาการตาแห้ง ควรหยอดน้ำตาเทียม
  • ตรวจเช็คสุขภาพตาเป็นประจำ
  • ใส่และทำความสะอาดคอนแทกต์เลนส์อย่างถูกต้อง

 

สรุป

           โรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันโรคใกล้ตัวที่พบได้ค่อนข้างบ่อย เกิดจากการอุดตันของต่อมท่อไขมันที่เรียงตัวตามแนวบริเวณโคนขนตาเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง สาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การใช้สายตามากเกินไป การจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน กระพริบตาน้อย การใส่คอนแทกต์เลนส์ การแต่งหน้า หรือแม้แต่กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีไขมันอุดตันมักมีอาการตาแห้ง ตาแดงอักเสบ แสบตา สู้แสงไม่ไหว หรือตาพร่ามัว 

           โรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันสามารถป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงได้โดยการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ควบคุมความดันและไขมัน ทำความสะอาดรอบดวงตาเป็นประจำ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตา และตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน (FAQs)

           รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ดังนี้

Q : ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันมีโอกาสกลับมาเป็นอีกไหม

ต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันในบางรายอาจเป็นปัญหาระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอาการป่วยอื่นๆ ที่ได้รับการรักษาแต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด เช่น โรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน 

Q : ตาแห้งแบบไหนควรรีบพบแพทย์

หากมีอาการตาแห้งอักเสบมากจนส่งผลต่อการมองเห็น มองไม่ชัด ตาพร่าเบลอ หรือหากอยู่ดีๆ มีอาการเจ็บตาและการสูญเสียการมองเห็นขึ้นมา ควรรีบพบแพทย์ทันที

Q : รักษาต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตัน ใช้เวลานานไหม

การรักษาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะหายดี ตอบได้ว่าการรักษาต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันส่วนใหญ่แล้วไม่ต้องมีการพักฟื้น หรือฟื้นตัวให้กลับมาหายเป็นปกติ เพียงแต่แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น การทำความสะอาดเปลือกตาหรือกินยา แต่หากมีการผ่าตัดก็ต้องใช้เวลาสักระยะจึงกลับมาเป็นปกติ