
Key Takeaway
- ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงกันมากขึ้น เพราะพฤติกรรมการใช้สายตาอย่างหนัก การใส่คอนแทกต์เลนส์ต่อเนื่องยาวนาน และการขยี้ตาแรงๆ เป็นประจำ ล้วนกระตุ้นให้เอ็นกล้ามเนื้อตาเสื่อมสภาพและหย่อนคล้อยเร็วกว่าวัย
- กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คือ ภาวะที่ขอบเปลือกตาบนตกลงมาปิดตาดำเกิน 1.5-2 มิลลิเมตร สังเกตได้จากดวงตาที่ดูง่วงตลอดเวลา ตาไม่เท่ากัน และมักติดนิสัยเลิกคิ้วเพื่อช่วยในการลืมตา
- ทำตาสองชั้นแล้ว แต่ทำไมตายังดูปรือ เกิดจากการทำตาสองชั้นแบบปกติโดยตัดหนังตาหรือเย็บแค่ชั้นนอก ไม่ได้ลงลึกไปปรับแก้กล้ามเนื้อยกเปลือกตาที่อ่อนแรงด้านใน ทำให้โครงสร้างตายังเบิกกว้างได้ไม่เต็มที่
- ใครบ้างที่เหมาะกับการแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ได้แก่ ผู้ที่มีปัญหาตาปรือแต่กำเนิด ผู้ที่ดวงตาเบิกกว้างไม่เท่ากัน ผู้ที่แก้ตาสองชั้นมาแล้วแต่ตาดูง่วง หรือผู้ที่มีปัญหาตาสองชั้นหลบในจากการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อตา
หลายคนอาจกังวลผลลัพธ์ที่ได้หลังทำตาสองชั้นมา อย่างเช่น “ทำตามาแล้วตายังดูปรืออยู่?” บางทีปัญหาเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมองข้าม เพราะนั่นอาจหนึ่งในอาการของภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยบทความนี้แนะนำวิธีเช็กกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงดูอย่างไร พร้อมเช็กวิธีแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ปรับรูปตาให้แลดูสดใสและเป็นธรรมชาติตามโครงหน้ายิ่งขึ้น
|
Table of Contents |
- ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเป็น “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” กันมากขึ้น
- ทำตาสองชั้นแล้ว แต่ทำไมตายังดูปรือ
- กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคืออะไร
- สาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ส่งผลต่อการทำตาสองชั้นอย่างไร
- เทคนิคการแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำอย่างไร
- แก้ตาสองชั้นอย่างเดียว กับแก้ตาสองชั้นร่วมกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ต่างกันอย่างไร
- ใครบ้างที่เหมาะกับการแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- ขั้นตอนการตรวจและวางแผนแก้ตาสองชั้น
- หลังแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ควรดูแลอย่างไร
- ผลลัพธ์หลังแก้ตาสองชั้นและรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นอย่างไร
- แก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ Lovely Eye & Skin Clinic ดีอย่างไร
- หลังแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ควรดูแลอย่างไร
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (FAQ)

ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเป็น “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” กันมากขึ้น
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นอย่างไร โดยในคนอายุน้อยพบภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้บ่อยขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การใส่คอนแทกต์เลนส์ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะคอนแทกต์เลนส์ชนิดแข็ง (Hard lens) หรือการใช้มือดึงรั้งเปลือกตาขณะใส่และถอดเป็นประจำ ทำให้เอ็นกล้ามเนื้อยกเปลือกตายืดและหย่อนคล้อยเร็วกว่าปกติ
นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้ขึ้นตา (Allergic Conjunctivitis) หรือจ้องหน้าจอนานจนตาแห้ง มักมีอาการคันและขยี้ตาอย่างรุนแรง การขยี้ตาบ่อยครั้งส่งผลให้กล้ามเนื้อตาบาดเจ็บ ข้อมูลจาก National Center for Biotechnology Information (NCBI) ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมรบกวนเปลือกตาเหล่านี้เป็นปัจจัยกระตุ้นอันดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงในวัยหนุ่มสาว
ทำตาสองชั้นแล้ว แต่ทำไมตายังดูปรือ
หลายคนพบปัญหาหลังทำตาว่า แก้ตาสองชั้นที่ทํามาแล้ว แต่ตายังดูง่วง หรือกลายเป็นชั้นตาพับซ้อนกัน สาเหตุหลักมาจากการทำตาสองชั้นแบบปกติโดยไม่ได้ประเมินและแก้ไขกล้ามเนื้อตาที่ซ่อนอยู่ด้านใน การเย็บชั้นตาเพียงอย่างเดียวในผู้ที่มีภาวะตาปรืออยู่แล้ว จะทำให้เกิดปัญหาชั้นตาหนาเกินไป (ตาหอยแครง) เบ้าตาดูลึก หรือตาปรือหนักกว่าเดิม
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคืออะไร
หลายคนสงสัยว่ากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นอย่างไร? ภาวะนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า Ptosis คือภาวะที่ขอบเปลือกตาบนตกลงมาบดบังตาดำมากกว่าปกติ ในคนทั่วไปเปลือกตาบนจะปิดตาดำลงมาไม่เกิน 1-1.5 มิลลิเมตร แต่หากเปลือกตาตกลงมาปิดตาดำเกินกว่า 1.5-2 มิลลิเมตร จะถือว่ามีภาวะเปลือกตาตก ทำให้ตาดูง่วงนอน อิดโรย และหากปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยการมองเห็น
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สังเกตด้วยตัวเองอย่างไร
- ขอบเปลือกตาปิดตาดำ สังเกตหน้าตรงในกระจก หากขอบตาบนตกลงมาปิดตาดำมากจนดวงตาดูเล็กกว่าปกติ
- ตาดูไม่เท่ากัน มีอาการตาสองชั้นข้างเดียว ที่แก้อย่างไรก็ไม่หาย หรือชั้นตาอีกข้างหลบในจนขนาดตาสองข้างต่างกันชัดเจน
- พฤติกรรมติดเลิกคิ้ว ต้องคอยเลิกคิ้วหรือยักคิ้วเพื่อช่วยเบิกตาให้กว้างขึ้นเวลาลืมตา
- ริ้วรอยหน้าผากก่อนวัย การพยายามยกคิ้วบ่อยครั้งทำให้เกิดริ้วรอยเส้นๆ บริเวณหน้าผากชัดเจน
- ต้องเงยหน้ามอง คอยเงยหน้าหรือเชิดคางขึ้นเพื่อให้มองเห็นภาพตรงหน้าได้ชัดเจนขึ้น

สาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- พฤติกรรมและการใช้ชีวิต การใส่คอนแทกต์เลนส์ระยะยาว และการขยี้ตาแรงๆ เป็นประจำ
- อายุที่มากขึ้น โครงสร้างความยืดหยุ่นของผิวและเอ็นกล้ามเนื้อตาเสื่อมสภาพและหย่อนคล้อยตามวัย
- พันธุกรรมแต่กำเนิด กล้ามเนื้อยกเปลือกตาพัฒนาไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ในครรภ์ ทำให้มีภาวะตาปรือตั้งแต่เด็ก
- การบาดเจ็บหรือเคยผ่าตัด อุบัติเหตุบริเวณดวงตา หรือผลกระทบจากการทำศัลยกรรมตาที่ไม่ถูกวิธี
- ความผิดปกติของระบบประสาท โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) หรือเส้นประสาทที่ควบคุมการลืมตาทำงานผิดปกติ ซึ่งโรคนี้ แพทย์ต้องพิจารณาในการทำตาสองชั้น อาจทำให้ไม่ได้ เพราะเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือได้ชั้นตาที่ไม่เท่ากัน จึงควรรับการรักษาให้อาการสงบลงด้วยยาหรือพบแพทย์ชำนาญการด้านอายุรกรรมระบบประสาท เพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้ดีขึ้น
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ส่งผลต่อการทำตาสองชั้นอย่างไร
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงส่งผลกระทบต่อการทำตาสองชั้น หากมีภาวะนี้ซ่อนอยู่แต่ทำตาสองชั้นเพียงอย่างเดียว จะทำให้ชั้นตาออกมาไม่เท่ากัน ชั้นตาอาจหลุดได้ง่าย หรือเกิดปัญหาชั้นตาพับซ้อนกันจนกลายเป็นชั้นตาหลบใน นอกจากนี้ หากแพทย์เลือกใช้วิธีตัดหนังตาส่วนเกินออกเพื่อแก้ตาปรือโดยไม่ปรับกล้ามเนื้อด้านในร่วมด้วย จะส่งผลให้หลับตาไม่สนิท ลืมตาลำบาก และเกิดปัญหาตาแห้งเรื้อรังตามมา รวมถึงภาพลักษณ์การพบเจอผู้คน หน้าตา ดวงตาที่สื่อสารออกมาดูไม่สดใส
เทคนิคการแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำอย่างไร
การรักษาต้องอาศัยเทคนิคทางการแพทย์ที่ซับซ้อนกว่าการทำตาสองชั้นปกติ ก่อนทำการผ่าตัดแพทย์จะต้องประเมิน วิเคราะห์ปัญหา พร้อมสอบถามประวัติการทำตาจากที่อื่น หรือหัตถการก่อนหน้านั้น ได้ทำอะไรไปบ้าง และเคยทำตามาแล้วกี่ครั้ง ซึ่งวิธีการผ่าตัดหรือเย็บ เพื่อปรับระดับการทำงานของกล้ามเนื้อลีเวเตอร์ด้านใน เพื่อปรับระดับกล้ามเนื้อให้ตึงกระชับขึ้น ทำให้ดวงตาสามารถเปิดได้กว้างดูเป็นธรรมชาติ
จากนั้นจึงทำการเย็บสร้างชั้นตาใหม่ให้สวยงามและรับกับโครงหน้า การรักษานี้ช่วยแก้ปัญหาตาปรือ ตาไม่เท่ากัน และแก้ปัญหาชั้นตาหนาหรือเบ้าตาลึกจากการทำตาสองชั้นผิดวิธีได้ ทั้งนี้ ปัญหาแต่ต่างกันไปแต่ละบุคคล ควรประเมินและพิจารณาอย่างละเอียดว่าสามารถแก้ได้หรือไม่ เคสมีความยากง่ายหรือซับซ้อนอย่างไร รวมถึงช่วงอายุของเคสนั้นๆ ด้วย
แก้ตาสองชั้นอย่างเดียว กับแก้ตาสองชั้นร่วมกับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ต่างกันอย่างไร
การแก้ตาสองชั้นแบบปกติ
สำหรับใครที่มีปัญหาตาสองชั้นหลบใน แก้อย่างไร? โดยการแก้ตาสองชั้นแบบปกติเป็นการปรับแต่งเฉพาะบริเวณผิวหนังและชั้นไขมันเปลือกตาด้านนอก เพื่อสร้างรอยพับชั้นตาใหม่ หรือแก้ไขชั้นตาเดิมให้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับกล้ามเนื้อยกเปลือกตาที่อยู่ลึกลงไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาชั้นตาหลบใน ชั้นตาไม่เท่ากัน หรือมีหนังตาตกจากไขมันส่วนเกิน แต่กล้ามเนื้อตายังทำงานได้ปกติ
การแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
การแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ลึกลงไปถึงโครงสร้างกล้ามเนื้อ โดยแพทย์จะปรับระดับการทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา เพื่อดึงให้เปลือกตาเปิดกว้างขึ้น ควบคู่ไปกับการจัดกรอบดวงตาและเย็บชั้นตาใหม่ เป็นวิธีที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดสำหรับผู้ที่มีภาวะตาปรือ ตาปรือไม่เท่ากัน หรือตาปรือหลังทำศัลยกรรมตา อาจจะมีความซับซ้อนและยากกว่า แต่โดยหลักๆ แล้ว เคสที่มาแก้ตาสองชั้น ส่วนใหญ่ ก็มักพบเจอปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วยที่ไม่เคยได้แก้ไขตรงจุดนี้ในก่อนหน้า

ใครบ้างที่เหมาะกับการแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- ผู้ที่ต้องการแก้ตาสองชั้นที่ทํามาแล้ว จากที่อื่น ทำศัลยกรรมมาแล้วแต่ตายังดูปรือ ลืมตาได้ไม่สุด หรือได้ชั้นตาที่หนาเกินไป (ตาหอยแครง) เนื่องจากไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้างกล้ามเนื้อตาตั้งแต่แรก
- ผู้ที่มีขอบตาตกบดบังตาดำ เปลือกตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่า 1.5-2 มิลลิเมตร ทำให้ดวงตาดูเล็ก ง่วงนอน และอิดโรยตลอดเวลา
- ผู้ที่มีปัญหาดวงตาเปิดกว้างไม่เท่ากัน เห็นตาดำไม่เท่ากัน หรือชั้นตาพับซ้อนกันหลายชั้นจนสูญเสียความสมมาตร
- ผู้ที่มีตาสองชั้นหลบใน ชั้นตาเดิมหายไป หรือหนังตาถูกดึงรั้งลงมาจนมองไม่เห็นรอยพับชั้นตา ร่วมกับมีอาการลืมตาได้ลำบาก
- ผู้ที่ติดนิสัยเลิกคิ้วเพื่อช่วยในการมองเห็น ต้องคอยยักคิ้ว เลิกคิ้ว หรือเชิดหน้าขึ้นเพื่อช่วยเบิกตาให้กว้างขึ้น ส่งผลให้เกิดริ้วรอยร่องลึกบริเวณหน้าผากก่อนวัย
ขั้นตอนการตรวจและวางแผนแก้ตาสองชั้น
- ซักประวัติและดูปัญหาที่ต้องการแก้ แพทย์จะสอบถามอาการ ความต้องการ ประวัติการทำศัลยกรรม และโรคประจำตัว
- ประเมินเบื้องต้นการเปิดและการตกของเปลือกตา วัดระดับการเปิดของเปลือกตาบนและตาดำ เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือ บางรายที่เป็นโรค MG
- ประเมินชั้นตาเดิมและเนื้อเยื่อ ตรวจสอบลักษณะชั้นตา ความหนาของเปลือกตา ปริมาณไขมัน และสภาพผิวหนังบริเวณดวงตา
- วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล แพทย์จะออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาและโครงหน้าของแต่ละคน ทั้งเทคนิคการผ่าตัดและระดับการปรับกล้ามเนื้อ
หลังแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ควรดูแลอย่างไร
- ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาในช่วง 1-3 วันแรก เพื่อลดอาการบวมช้ำ
- นอนหนุนหมอนสูงกว่าปกติ เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีและลดบวม
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือสัมผัสบริเวณแผลผ่าตัดอย่างรุนแรง
- งดใส่คอนแทกต์เลนส์ และหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณดวงตาจนกว่าแผลจะหายสนิท
- รับประทานยาและทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ผลลัพธ์หลังแก้ตาสองชั้นและรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นอย่างไร
หลังแก้ตาสองชั้นและรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะสังเกตได้ว่าตาเปิดกว้างและเห็นตาดำได้ชัดเจนขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการเลิกคิ้วหรือย่นหน้าผาก ส่งผลให้ดวงตาดูสดใส่ขึ้น ลืมตาได้เต็มที่ ตาดูไม่ปรือ และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ชั้นตาที่ได้จะมีความคมชัดและเท่ากันทั้งสองข้าง แก้ปัญหาชั้นตาหลบในหรือชั้นตาหนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ Lovely Eye & Skin Clinic ดีอย่างไร
- มาตรฐานเทคนิคหมอรวงข้าวทำให้สไตล์การผ่าตัดของแพทย์แต่ละคนมีความแตกต่างเฉพาะตัว เข้ากับปัญหาของแต่ละเคส ทำให้ได้ผลลัพธ์เหมาะกับผู้รับบริการแต่ละรายและยังคงเป็นตัวเอง
- ออกแบบโครงสร้างตาเฉพาะบุคคล โดยเน้นตอบโจทย์ปัญหาตาที่เกิดขึ้นจริงมากกว่าคามสวยงามเพียงอย่างเดียว
- ความปลอดภัยมาตรฐานโรงพยาบาล อุปกรณ์การผ่าตัด ผ่านการทำความสะอาดด้วยห้องสเตอไรด์ปลอดเชื้อ (Lovely Surgical Instrument Sterile Unit) พร้อมเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อโรคด้วยไอน้ำ (AUTOCLAVE ผ่านการรับรอง ISO 13485:2016)
- ให้ความสำคัญการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ด้วยเจ้าหน้าที่ Lovely Special Care คอยดูแลแบบส่วนตัว ให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังทำ พร้อมนำทุกคำติชมมาพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง
- ด้วยคลินิกที่เปิดให้บริการมามากกว่า 10 ปี เห็นถึงผลลัพธ์ ประสบการณ์ของแพทย์ด้วยผลงานรีวิวจากผู้รับบริการจริงหลากหลายสไตล์
- พร้อมให้คำปรึกษาออนไลน์ทุกวัน มีช่องทางออนไลน์สำหรับติดต่อสอบถามและขอรับคำปรึกษาได้ตลอดเวลา ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ โดยสามารถติดต่อได้ทาง LINE OA ของ Lovely Eye & Skin Clinic
สรุป
การแก้ตาสองชั้นร่วมกับการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นกระบวนการที่ไม่ได้แค่ตกแต่งความงามภายนอก แต่ยังเป็นการรักษาโครงสร้างที่ลึกลงไปถึงระดับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ต่างจากการทำตาสองชั้นปกติที่จัดการเพียงผิวหนังและไขมันส่วนเกิน ซึ่งหากมีภาวะตาปรืออยู่แล้วแต่ไม่ได้แก้กล้ามเนื้อตาร่วมด้วย จะทำให้ชั้นตาหลุดง่าย ชั้นตาไม่เท่ากัน หรือได้ชั้นตาที่หนาเตอะ (ตาหอยแครง)
การรักษาร่วมกันจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดสำหรับผู้ที่เคยแก้ตาสองชั้นที่ทํามาแล้ว แต่ตายังดู ปรือ ผู้ที่หนังตาตกปิดตาดำ หรือผู้ที่ต้องคอยเลิกคิ้วเพื่อช่วยในการมองเห็น ผลลัพธ์ที่ได้คือรูปตาที่กลมโต ดูเป็นธรรมชาติ
หากรู้สึกไม่มั่นใจในรูปตา หรือต้องการแก้ตาสองชั้น พร้อมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถปรึกษาและรับการประเมินได้ที่ Lovely Eye & Skin Clinic ได้เลย! เพราะที่นี่พร้อมดูแล ประเมินปัญหาผิว โครงสร้างใต้ตา เพื่อให้ได้ตาที่สวยตรงใจในแบบคุณ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้ตาสองชั้นร่วมกับรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (FAQ)
การปรับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ใช้เวลาพักฟื้นนานไหม?
การผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมกับการทำตาสองชั้นใช้เวลาพักฟื้นใกล้เคียงกับการทำตาสองชั้นทั่วไป โดยส่วนใหญ่ในช่วง 3-5 วันแรกจะมีอาการบวมช้ำมากที่สุด และจะค่อยๆ ยุบลงเรื่อยๆ อาการบวมมักจะหายไปภายใน 2-4 สัปดาห์ และชั้นตาจะเข้าที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่ในระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ทำไมควรดูแลกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงควบคู่ไปกับการทำตา?
หากผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำตาสองชั้นเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ปรับกล้ามเนื้อด้านใน จะทำให้ตายังคงดูปรือ ง่วงนอน ลืมตาได้ไม่สุด และอาจส่งผลให้ได้ชั้นตาที่หนาเกินไป หรือที่เรียกว่าตาหอยแครง ชั้นตาอาจหลุดได้ง่ายหรือกลายเป็นตาสองชั้นหลบในภายหลัง การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วยจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ในหลายๆเคส การเลือกผ่าตัดทำตาทั้งนี้ ควรมองเรื่องนี้เป็นสำคัญ ไม่เช่นนั้น อาจต้องเป็นเคสแก้ในรายต่อไปได้
ฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ หรือทายา สามารถรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ไหม?
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เกิดจากการยืดหรือหย่อนคล้อยของเอ็นกล้ามเนื้อตา (Aponeurotic Ptosis) ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการทายาหรือฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์ การทาครีมช่วยได้เพียงแค่เพิ่มความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยรอบดวงตาเท่านั้น
ขณะที่การฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์บริเวณหน้าผากหรือคิ้วเพื่อลดริ้วรอยจากการเลิกคิ้ว อาจส่งผลข้างเคียงทำให้คิ้วตก และยิ่งทำให้หนังตาตกลงมาบดบังการมองเห็นหนักกว่าเดิม การรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพคือการผ่าตัดปรับระดับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา

ข้อมูลโดยหมอรวงข้าว Lovely Eye พญ. ณัฐฐามณี สิริภคพันธ์ ว.35780
ผู้พัฒนาเทคนิคศัลยกรรมตาหมอรวงข้าว ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553 ผู้ร่วมก่อตั้ง เลิฟลี่อายแอนด์สกิน คลินิก ปี พ.ศ. 2557 และดูแลมาตรฐาน Lovely Specialist ของ Lovely Eye & Skin Clinic

