
อาการตาแฉะ หรืออาการที่มีน้ำตาไหลมากเกินกว่าปกติ อาจเกิดจากหลายสาเหตุและสามารถเกิดได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่ในบางกลุ่มอาจมีแนวโน้มที่จะประสบกับปัญหาอาการตาแฉะเหล่านี้มากกว่าคนอื่น ซึ่งในบทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงอาการตาแฉะเกิดจากอะไร ทั้งสาเหตุ และวิธีรักษาอาการตาแฉะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความลำบากในการมองเห็นและดูแลรักษาสุขภาพตาให้แข็งแรงไปนาน ๆ
|
Table of Contents |
- อาการตาแฉะ คือ
- ตาแฉะเกิดจากอะไร ?
- ปัญหาที่คนตาแฉะต้องเผชิญ
- วิธีรักษาอาการตาแฉะ
- วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมดวงตาสองชั้น
- วิธีป้องกันตัวเองจากอาการตาแฉะ
- สรุป
อาการตาแฉะ คือ
อาการตาแฉะ คือ ลักษณะอาการผิดปกติของดวงตาที่มีปริมาณน้ำตาถูกผลิตออกมามากเกินไป ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยอาการตาแฉะนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตามากกว่าที่เราคิด
อาการตาแฉะ อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งนี้หากมีอาการเรื้อรังหรือมีภาวะแทรกซ้อนแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
ตาแฉะเกิดจากอะไร ?
หลายคนสงสัยว่า อาการตาแฉะเกิดจากอะไร? ซึ่งอาการตาแฉะอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภูมิแพ้, การอุดตันของท่อน้ำตา, การติดเชื้อ หรือแม้แต่การระคายเคืองจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้ตาแฉะ และมีน้ำตาไหลจนไม่สามารถควบคุมได้ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าตาแฉะเกิดจากอะไร หัวข้อนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสาเหตุต่าง ๆ ของอาการตาแฉะมากขึ้น ดังนี้
1. เปลือกตาอักเสบ
เปลือกตาอักเสบ เป็นอาการที่เกิดจากต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาเกิดการอุดตัน ทำให้เกิดอาการตาแฉะ รวมไปถึงอาการระคายเคือง คัน เปลือกตาบวมแดง และอีกมากมาย
2. ภูมิแพ้
เมื่อร่างกายของเราถูกกระตุ้นหรือสัมผัส และเกิดการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น อากาศ, ละอองเกสร, ฝุ่น หรืออาหาร ส่งผลให้เกิดการระคายเคือง ตาแดง และมีน้ำตาไหลมากจนเกินไปได้
3. ท่อน้ำตาอุดตัน
ภาวะที่ ท่อน้ำตาถูกปิดกั้น หรือ อุดตัน ทำให้น้ำตาไม่สามารถไหลลงสู่โพรงจมูกได้ตามปกติ ส่งผลให้น้ำตาเอ่ออยู่ภายในดวงตา จนเกิดอาการตาแฉะ
4. ตาแห้ง
ตาแห้ง หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาแฉะ เนื่องจากต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาทำงานผิดปกติ นั่นทำให้มีน้ำตาที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงลูกตาเกิดการระเหยเร็วขึ้น ทำให้ต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติโดยการผลิตน้ำตาในปริมาณที่มากเกินไป
5. ขนตาทิ่มตา
อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญและพบได้บ่อย นั่นคือ ภาวะขนตาทิ่มตา ซึ่งเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาแฉะ เพราะเกิดจากลักษณะของเปลือกตาที่ผิดปกติ เช่น เปลือกตาม้วนเข้า หรือมีภาวะขนตาขึ้นผิดทิศทาง
ปัญหาที่คนตาแฉะต้องเผชิญ

อาการตาแฉะที่เกิดขึ้นอาจดูเป็นลักษณะที่ไม่ร้ายแรง แต่อาการตาแฉะก็สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ในหลายด้าน และนี่คือปัญหาที่ผู้มีอาการตาแฉะมักจะเผชิญ คือ
- ปัญหาการมองเห็น
น้ำตาที่ไหลมากเกินไป ส่งผลให้การมองเห็นถูกบดบัง มองเห็นไม่ชัดเจน หรือมีความรู้สึกเหมือนมีฝ้าบนดวงตา ทั้งนี้หากมีอาการอักเสบร่วมการมีน้ำตาไหลมากเกินไปอาจทำให้รู้สึกปวดตาหรือไม่สบายในดวงตา
- รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
อาการตาแฉะ อาจรบกวนการทำงาน เช่น การขับรถ, การอ่านหนังสือ หรือการใช้คอมพิวเตอร์ ทำให้รู้สึกไม่สะดวกในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพราะต้องคอยใช้ผ้าเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมามากเกินไปอยู่ตลอดเวลา
- อากการระคายเคือง
แม้ว่าจะมีอาการตาแฉะ น้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลา แต่ผู้มีอาการเหล่านี้มักจะรู้สึกเหมือนตัวเองตาแห้งและมีอาการระคายเคืองร่วม เพราะน้ำตาที่ไหลออกมาไม่สามารถให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตาได้อย่างเพียงพอนั่นเอง
- ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ
การที่มีน้ำตาไหลมากเกินไป มักจะเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับดวงตา โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ เพราะอาจจะถูกมองว่าร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้ที่มีอาการตาแฉะเกิดความกังวลมากจนเกินไป
- ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
อาการตาแฉะอาจทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสในดวงตาได้ ซึ่งเชื้อเหล่านี้ทำให้เกิดอาการแสบแดง ดวงตาอักเสบ ไปจนถึงการติดเชื้อที่ท่อน้ำตา
วิธีรักษาอาการตาแฉะ
การรักษาอาการตาแฉะ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการโดยจะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป เช่น หากเป็นอาการตาแฉะที่เกิดจากการผิดปกติของระบบภายในร่างกายจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม แต่ถ้าอาการตาแฉะที่เกิดจากภาวะขนตาทิ่มตา สามารถแก้ได้ด้วยการทำตาสองชั้น ที่ Lovely Eye & Skin Clinic
รีวิวทำตา 2 ชั้น ที่ Lovely Eye & Skin Clinic

Lovely Eye & Skin Clinic พร้อมด้วยทีมแพทย์ Lovely Specialist จะช่วยคุณแก้ปัญหาอาการตาแฉะที่มีสาเหตุมาจากภาวะขนตาทิ่มจากเปลือกตา หนังตาตก หรือมีความอูมหนาผิดปกติของกล้ามเนื้อหลับตา (Orbicularis Oculi Muscle) ด้วยการแนะนำให้ทำการผ่าตัดศัลยกรรมตา ซึ่งเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาตาอย่างครอบคลุมและตรงจุด
วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมดวงตาสองชั้น
การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดตาสองชั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ลดอาการบวมและความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน รวมถึงช่วยให้ผลลัพธ์การผ่าตัดเป็นไปตามที่ต้องการ วิธีการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด มีดังนี้
-
ประคบเย็นบริเวณแผลเพื่อช่วยลดบวม
-
ทำความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอและตามคำแนะนำของแพทย์
-
รับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
-
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้ตา เพื่อลดการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
-
งดดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการฟื้นฟู
-
หลีกเลี่ยงอาหารทะเล, อาหารหมักดอง, และอาหารรสจัด ซึ่งอาจส่งผลต่อการหายของแผล
การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีผลลัพธ์ที่ดี
วิธีป้องกันตัวเองจากอาการตาแฉะ

อาการตาแฉะ ไม่ว่าจะเกิดจากอะไรก็ตาม การรู้จักวิธีป้องกันตัวเองจากอาการตาแฉะจะช่วยลดโอกาสการเกิดอาการตาแฉะและช่วยให้ดวงตาของคุณมีสุขภาพดี ต่อไปนี้คือ วิธีการป้องกันอาการตาแฉะที่เรานำมาแนะนำ
-
รักษาความสะอาดของดวงตา หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด
-
หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่น, ขนสัตว์, หรือเกสรดอกไม้ ที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้และน้ำตาไหล
-
ใช้ยาหยอดตาที่เพิ่มความชุ่มชื้น
-
ใส่แว่นกันแดด ป้องกันไม่ให้ตาระคายเคืองจากลมหรือแสงแดดจัด
-
ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
สรุป
เมื่อเรารู้แล้วว่าอาการตาแฉะเกิดจากอะไร หรือการที่น้ำตาไหลมากเกินไป เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภูมิแพ้, การอุดตันของท่อน้ำตา, ตาแห้ง หรือแม้แต่ขนตาทิ่มตา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นและชีวิตประจำวัน การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น การใช้ยาหรือการทำศัลยกรรม เช่น การทำตาสองชั้น ที่ Lovely Eye & Skin Clinic จะช่วยแก้ไขปัญหาตาแฉะจากภาวะขนตาทิ่มตาที่ครอบคลุมและตรงจุดที่สุด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการทำตาสองชั้น
เบอร์โทรศัพท์ : 02-382-0045, 061-405-0044
Line Official Account : @Lovelyeye
Messenger : https://www.facebook.com/KoreanEyeByDoctorCome

