
อาการตาแดง เกิดมาจากอะไร
ตาแดง หรืออาการตาแดงๆ ตรงบริเวณตาขาว หากถามถึงสาเหตุของอาการ หลายคนอาจนึกไม่ออกว่าตนเองไปทำอะไรมา ถึงทำให้เป็นแบบนี้ เพราะตื่นเช้ามาก็ตาแดงแล้ว นอกจากนั้นในบางราย ยังรู้สึกปวดตา น้ำตาไหล และระคายเคืองตาอีกด้วย
อาการตาบวมแดงเกิดจากอะไร? อาการตาแดงเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ มีทั้งที่ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ว่าจะเป็น ตาแดง เกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์ ตาแดง เกิดจากภูมิแพ้ หรือตาแดง เกิดจากเส้นเลือดในตาแตก เป็นต้น และที่เป็นโรคติดต่อ ซึ่งมีสาเหตุหลักๆ มาจากการติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย หากใครเป็นตาแดงประเภทนี้ จะต้องระมัดระวังในการดูแลตนเองเป็นพิเศษ เพราะอาการตาแดงจากไวรัส และแบคทีเรีย จะมีระยะเวลาในการแพร่เชื้อนานถึง 2 สัปดาห์ จึงเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้หากเราสามารถวิเคราะห์สาเหตุของอาการตาแดงได้ ก็จะสามารถจำแนกประเภทของอาการตาแดง เพื่อหาแนวทางการรักษาเบื้องต้นด้วยตนเองได้ง่ายขึ้น

woman.infoseek.co.jp
สาเหตุของ “ตาแดง” ที่สามารถติดต่อได้
1. สัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย
ตาแดงประเภทนี้เกิดจากการติดเชื้อโดยตรงจากผู้ป่วย โดยอาจเกิดจากการสัมผัส การไอจามรดกัน เป็นต้น
2. รับเชื้อทางอ้อม
การใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แว่นตา เครื่องสำอาง หรือเผลอไปสัมผัสโดนเชื้อจากลูกบิดประตู โต๊ะ เก้าอี้ ที่ผู้ป่วยเคยใช้งาน แล้วนำมาป้ายที่ตาโดยไม่ได้ตั้งใจ
3. พาหะนำเชื้อ
แมลงหวี่ แมลงวัน เป็นพาหะนำเชื้อไวรัสและแบคทีเรียมาสู่คนได้ ในกรณีที่เจ้าแมลงมันตอมตา หรือบินเข้าตาของเรา
4. เริมขึ้นตา
เริม เป็นโรคทางผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส หากเริมขึ้นตา จะมีอาการกระจกตาอักเสบ ทำให้เกิดอาการตาแดง หรือเจ็บตาได้
5. ไข้หวัด หรือติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ
ไข้หวัด อาจทำให้มีอาการระคายเคืองตา ตาแดง ตาแฉะร่วมด้วยได้
6. ใช้ยาสเตียรอยด์เกินความจำเป็น
ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
7. เปลือกตาอักเสบ
ภาวะอุดตันของต่อมไขมันบริเวณใกล้ตา ที่ทำให้เกิดการอักเสบจากการติดเชื้อ อาจเกิดจากการที่เปลือกตาสัมผัสกับสิ่งสกปรก เช่น ฝุ่นละออง เครื่องสำอางที่ล้างไม่เกลี้ยง เป็นต้น ส่งผลให้เกิดอาการตาบวม ระคายเคืองตา คันตา และตาแดงได้

saubhaya.com
สาเหตุของ “ตาแดง” ที่ไม่ติดต่อ / ไม่แพร่เชื้อ
8. โรคภูมิแพ้ขึ้นตา
มีอาการตาแดง คันตา น้ำตาไหล ไวต่อการรับแสง โดยรวมแล้วมีอาการคล้ายกับอาการติดเชื้อ แต่มีสาเหตุที่แตกต่างกัน โดยทั่วไป อาการภูมิแพ้ขึ้นตา เกิดจากการอักเสบของดวงตาเมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น ขนสัตว์ เป็นต้น
9. ตาแห้ง
เป็นอาการยอดฮิตของชาวออฟฟิศยุคดิจิตัลที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการตามัว แพ้แสง น้ำตาไหล ระคายเคืองตา ตาล้า และตาแดงได้
10. เส้นเลือดฝอยในตาแตก
อาจเกิดจากการขยี้ตา ความดันโลหิตสูง การไอหรือจามอย่างรุนแรง การดำน้ำ หรืออุบัติเหตุ แต่โดยทั่วไปเมื่อเป็นแล้ว จะไม่รู้สึกเจ็บ และสามารถหายเองได้
11. หนังตาม้วนเข้าด้านใน หรือหนังตาแบะออกด้านนอก
เกิดจากการที่หนังตามีความหย่อนมากๆ จนทำให้หนังตาม้วนเข้าด้านใน หรือหนังตาแบะออกด้านนอก นอกจากจะมีปัญหาด้านความสวยงาม และบดบังการมองเห็นแล้ว ยังทำให้เกิดการระคายเคืองตา ตาแห้งได้ง่าย
12. การใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป
การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานเกินกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือการใช้คอนแทคเลนส์คู่เก่าเป็นเวลานาน อาจทำให้กระจกตาขาดออกซิเจน จนส่งผลให้เส้นเลือดฝอยในตาแตก ภาวะเส้นเลือดงอกใหม่ที่กระจกตา หรือเกิดการติดเชื้อที่กระจกตา ทำให้เป็นอันตรายต่อการมองเห็นได้
13. การใช้ยาบางชนิด
การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาแก้แพ้ ยานอนหลับ ยาคลายเครียด เป็นต้น อาจส่งผลให้เกิดอาการตาแห้ง และตาแดงได้
ชนิดของอาการตาแดง
อาการตาแดงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การระคายเคืองเล็กน้อยไปจนถึงปัญหาสุขภาพที่ต้องการการรักษา โดยตาแดงมักจะมาพร้อมกับอาการบวม หรือคันในบางกรณี ฉะนั้น การเข้าใจชนิดของอาการตาแดงจะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะรักษาด้วยตัวเองหรือไปพบแพทย์ โดยแยกได้เบื้องต้น ดังนี้
- ตาแดงจากการระคายเคือง : การแพ้ฝุ่น ควัน หรือแสงจ้า มักจะทำให้เจ็บตา ตาแดง และบวมเล็กน้อย แต่สามารถหายได้เอง
- ตาแดงจากการติดเชื้อ : หากมีอาการตาแดงจากการติดเชื้อ เช่น เยื่อบุตาอักเสบ มักจะทำให้ตาแดง เคืองตา และมีอาการบวมรอบดวงตา แม้ว่าจะไม่อันตรายถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น แต่ควรเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
- ตาแดงจากการใช้คอนแทคเลนส์ : การสวมคอนแทคเลนส์เป็นเวลานานเกินไป ใส่คอนแทคเลนส์นอน หรือการไม่ทำความสะอาดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและตาแดง บวม หรือคันได้
- ตาแดงจากต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน : อาการตาแดงนี้เกิดจากการที่ความดันในลูกตามีระดับสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน ทำให้มีอาการตาแดงตลอดเวลาซึ่งถือว่าอันตรายอย่างมาก เพราะอาจส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นหากไม่ทำการรักษาอย่างถูกวิธี
การต่อติดตาในโรคตาแดง
โรคตาแดง เป็นการติดเชื้อที่เกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งทำให้เกิดอาการตาขาวมีสีแดงและอักเสบ รู้สึกคันหรือระคายเคืองในตา โดยการติดต่อของโรคนี้เกิดจากการสัมผัสเชื้อโดยตรง หรือการใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้าหรือแว่นตาเดียวกัน ซึ่งเชื้อโรคสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านมือที่สัมผัสกับตาหรือสิ่งของที่มีเชื้อ
การป้องกันการติดเชื้อโรคตาแดงนั้นมีจุดสำคัญที่สุดคือการรักษาความสะอาด เช่น ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสตาโดยตรง หากตาอักเสบ แดง หรือขี้ตาเยอะ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค
อาการตาแดงแบบไหน ที่ควรรีบพบแพทย์
อาการตาแดงบางประเภทอาจบ่งบอกถึงปัญหาที่รุนแรง และควรพบแพทย์โดยด่วนเพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง หากมีอาการตาแดงข้างเดียว ร่วมกับอาการเคืองตาหรือรู้สึกคันมาก อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายหรือการเกิดภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ หากตาแดง มีตุ่มในตา หรือมองไม่ชัด ก็เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกิดจากการติดเชื้อที่รุนแรง หรือปัญหาสุขภาพตาที่ซับซ้อน
ดังนั้น หากมีอาการตาแดงที่ไม่หายไปแม้ผ่านไปหลายวัน หรือมีอาการร่วมเช่นเคืองตา มีตุ่มเกิดขึ้น หรือมองไม่ชัด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรับการรักษาอย่างทันท่วงที
วิธีรักษาอาการตาแดง
วิธีรักษาอาการตาแดงขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดโรค หากรู้สึกว่ามีอาการตาแดง ควรรีบหาวิธีรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อหรืออาการรุนแรงขึ้น โดยทั่วไปแล้ว วิธีรักษาโรคตาแดงให้หายเร็วที่สุด ต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสมตามชนิดของการติดเชื้อ เช่น หากเป็นการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย หรือแม้กระทั่งอาการตาแดงข้างเดียวก็มีวิธีรักษาที่แตกต่างออกไป โดยยกตัวอย่างดังนี้
- หากตาแดงจากการติดเชื้อไวรัส มักจะใช้วิธีรักษาเพื่อบรรเทาอาการ เช่น การใช้ยาหยอดตาที่ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการคัน
- ถ้าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะในรูปแบบของยาหยอดตาหรือยากิน เพื่อช่วยฆ่าเชื้อและลดการติดเชื้อในตา
- ถ้าเป็นอาการตาแดงจากการแพ้ อาจใช้ยาหยอดตาแก้อาการแพ้ หรือยาต้านฮีสตามีนเพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง
- วิธีบรรเทาอาการที่ง่ายที่สุดคือการทำความสะอาดตาด้วยน้ำเกลือ เพื่อทำความสะอาดและลดการระคายเคืองจากขี้ตาหรือสิ่งสกปรกที่สะสม
- การประคบเย็นโดยใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบบริเวณตา วิธีนี้สามารถบรรเทาอาการบวมและระคายเคืองบริเวณรอบดวงตาได้
วิธีป้องกันและรับมือกับอาการตาแดง
การป้องกันและรับมือกับอาการตาแดงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำหรือแพร่กระจายจนแย่ลง โดยเฉพาะเมื่อเราเริ่มมีอาการตาแดงก็ควรทำตามขั้นตอนเพื่อป้องกันและช่วยให้อาการดีขึ้นโดยเร็ว ดังนี้
- ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ : การล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสตา เป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากมือไปติดตาหรือแพร่ไปยังคนอื่น
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา : หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือสัมผัสตาขณะมีอาการตาแดง เนื่องจากการสัมผัสตาโดยตรงสามารถทำให้กระจกตาถลอก หรือเชื้อแพร่กระจายได้ง่าย
- ใช้ของส่วนตัว : หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า, ทิชชู่, แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
- ทำความสะอาดตา : หากมีขี้ตาหรือสิ่งสกปรกในตา ควรใช้น้ำเกลือเพื่อทำความสะอาด เพราะจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค
- หลีกเลี่ยงการใช้ตาเกินไป : การพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการใช้ดวงตาอย่างหนัก เช่น จ้องจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นานๆ นั้นจะช่วยให้อาการระคายเคืองและอักเสบไม่เพิ่มมากขึ้น
- ไปพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น : หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการร่วมที่รุนแรง เช่น ตาแดงข้างเดียว มีตุ่มในตา หรือตาพร่า ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
สรุป
อาการตาแดง หรือ โรคตาแดง เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตาขาว ซึ่งสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย การแพ้สารต่างๆ หรือการระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม ผู้ที่มีอาการจะพบว่าตาขาวมีสีแดง อักเสบ และอาจมีขี้ตาเยอะร่วมด้วย โดยมักรู้สึกคัน หรือเคืองตา ซึ่งโรคอาจติดต่อจากการสัมผัสเชื้อโรคหรือสิ่งของร่วมกับผู้ติดเชื้อ
การรักษาโรคตาแดงจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ มีทั้งการใช้ยาหยอดตา หรือยาปฏิชีวนะ เราควรดูแลตาให้สะอาด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสตาหรือใช้ของร่วมกันเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ หากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม
อ้างอิง
Burke, D. (2024, February 15). What You Need to Know About Eye Redness. Healthline Media. https://www.healthline.com/health/eye-redness
Red Eye. (n.d.). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/17690-red-eye

