fbpx ตาปรือ ตาล้า เหมือนง่วงนอนตลอดเวลา แก้ยังไงได้บ้าง!

ตาปรือ ตาล้า เหมือนง่วงนอนตลอดเวลา แก้ยังไงได้บ้าง!

Ptosis ตาปรือ

หากคุณกำลังประสบปัญหาอาการ "ตาปรือ ตาล้า หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง" ที่ทำให้ดูเหมือนง่วงนอนตลอดเวลาอยู่รึเปล่า อาการเหล่านี้หากปล่อยไว้นาน ไม่รีบทำการรักษาอาจก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าที่คิด ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา เช่น บางคนเปลือกตาบนตกลงมาปิดตาดำมากเกินกว่าปกติส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งในปัจจุบันคนส่วนมากใช้เวลาไปกับการเล่นโทรศัพท์มือถือหรือทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ดวงตาจึงอ่อนล้าได้ง่าย ทำให้เกิดภาวะตาอ่อนแรงตามมาร่วมด้วย ในบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการตาปรือมาให้ทราบกัน ไม่ว่าจะเป็น ตาปรือคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด และสามารถรักษาหรือแก้ไขได้อย่างไรบ้าง ดังนั้น เรามารู้จักอาการตาปรือกันเลยดีกว่า

 

Table of Contents

  1. อาการตาปรือ ตาง่วง คืออะไร
  2. อาการตาปรือ ตาง่วง เกิดจาก
  3. ข้อเสียของอาการตาปรือที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
  4. เช็คอาการตาปรือได้ด้วยตนเอง
  5. แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง ด้วยการผ่าตัด
  6. วิธีเตรียมตัวก่อนและหลัง ผ่าตัดแก้ไขตาปรือ
  7. แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง โดยทีมแพทย์ Lovely Specialist ที่ Lovely Eye & Skin Clinic
  8. สรุป

 

อาการตาปรือ ตาง่วง คืออะไร

อาการตาปรือ (Ptosis) หรือ ตาง่วงนอน คือ ลักษณะอาการที่หนังตาด้านบนตกลงมา โดยอาจหย่อนลงมาเพียงเล็กน้อย หรือตกลงมาจนปิดตาดำมากกว่าปกติ ทำให้ดวงตาดูง่วงนอนไม่สดใส ตาดูเล็กเห็นตาดำลดลง บางคนอาจเจอลักษณะตาปรือจนตาดูไม่เท่ากัน ในบางรายที่หนังตาตกลงมามากจนปิดตาดำ จะส่งผลต่อการมองเห็นได้

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดลักษณะตาปรือที่พบมาก คือ เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) ซึ่งเป็นอาการที่กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ควบคุมการยกเปลือกตาแสดงอาการอ่อนล้ามากกว่าปกติ คนที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือออกแรงได้ไม่เต็มที่ เปลือกตาบนจะปิดทับตาดำลงมามากกว่า 2 มิลลิเมตร จนทำให้เห็นลูกตาดำทั้งสองข้างไม่เท่ากัน หรือบางรายอาจจะมีตาลึกโหล จนเห็นชั้นตามากกว่าหนึ่งชั้น

 

ดังนั้น ผู้ที่มีดวงตาปรือ ตาง่วงนอน จึงรู้สึกขาดความมั่นใจจนทำให้เสียบุคลิกภาพ เพราะใบหน้าที่ดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ดูอ่อนเพลีย หน้าตาไม่สดใส ดวงตาดูเล็ก หน้าดูแก่กว่าวัย โดยอาการดังกล่าวสามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

อาการตาปรือ ตาง่วง เกิดจาก

7 สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ตาปรือ มีดังต่อไปนี้

  1. กรรมพันธุ์ : ตาปรือตั้งแต่กำเนิดเนื่องจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ใช้ยกหนังตา (Levator Muscle)
  2. อายุที่มากขึ้น : ทำให้กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อที่คอยพยุงหนังตา เสื่อมสภาพลง
  3. ปัจจัยทางพฤติกรรม : การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการตาล้า รวมถึง การพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนล้าได้
  4. ความผิดปกติของเส้นประสาท และกล้ามเนื้อ : โรค MG (Myasthenia Gravis) ,โรคหลอดลเือดสมอง (Stroke) ส่งผลให้กล้ามเนื้อเปิด-ปิดหนังตา ทำงานผิดปกติ
  5. อุบัติเหตุ : การบาดเจ็บบริเวณดวงตา หรือใบหน้า อาจทำให้เส้นประสาทกล้ามเนื้อ ที่ควบคุมหนังตาเสียหาย
  6. การผ่าตัด : การผ่าตัดบริเวณดวงตา หรือใบหน้าที่ผิดพลาด อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการดังกล่าว
  7. โรคบางชนิด : เบาหวาน ความดัน หรือมะเร็ง ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการได้เช่นกัน

ข้อเสียของอาการตาปรือที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

  • อาการตาปรือทำให้ดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ ทำให้เสียความมั่นใจ
  • การมองเห็นอาจไม่ชัดเจน เพราะเปลือกตาที่ตกลงมาบดบังลูกตา ในระยะยาวอาจส่งผลให้การมองเห็นจะค่อย ๆ แย่ลง
  • เกิดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก จากการที่ต้องเลิกคิ้ว เพื่อเบิกตาให้กว้างขึ้นบ่อยๆ
  • ตาสองข้างอาจดูไม่เท่ากัน ส่งผลให้ใบหน้าดูไม่สมดุล และอาจทำให้แต่งหน้ายาก

ตาปรือ

เช็คอาการตาปรือได้ด้วยตนเอง

คุณสามารถสังเกตอาการตาปรือได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ดังนี้ โดยอาจจะมีหลายข้อหรือข้อเดียวก็ได้ และควรให้แพทย์พิจารณาร่วมด้วย

  • ดวงตาดูไม่เท่ากัน และบริเวณเปลือกตาบนตกจนปิดตาดำ จนทำให้เห็นลูกตาดำทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
  • ตาลึกโหล จนเห็นชั้นตามากกว่าหนึ่งชั้น
  • ดวงตาไม่เบิกกว้าง ตาดูโบ๋ลึก
  • บางครั้งอาจมีอาการร่วมกับตาเหล่ ตาขี้เกียจ หรือมองเห็นไม่ชัด

แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง ด้วยการผ่าตัด

วิธีแก้ตาปรือด้วยการผ่าตัด หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) จะเป็นการผ่าตัดบริเวณด้านในของเปลือกตาตรงบริเวณกล้ามเนื้อตา โดยเป็นการแก้ปัญหาตรงบริเวณที่กล้ามเนื้อตาทำงานอ่อนแรงร่วมด้วย เพื่อปรับระดับและยกบริเวณเปลือกตาขึ้นทำให้ตาดูเปิดกว้าง และดูเท่ากัน ซึ่งการแก้ไขปัญหาตาปรืออาจต้องทำร่วมกับการศัลยกรรมตาสองชั้น เพื่อเปิดแผลบริเวณรอยพับตาและไปปรับกล้ามเนื้อเพื่อยกเปลือกตา การผ่าตัดแก้ไขตาปรือเหมือนคนง่วงนอนจึงมีวิธีการที่ซับซ้อน ต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ 

 

หลังการผ่าตัดแก้ไขปัญหาตาปรือ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) จะทำให้มีชั้นตาที่สวย เท่ากัน เห็นตาดำชัดขึ้น ทำให้ดวงตาดูกลมโต การมองเห็นจะดีขึ้น ชัดขึ้น หมดปัญหาเรื่องการเลิกหน้าผากที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากเกร็ง และอาจทำให้เกิดริ้วรอยตามมา

วิธีเตรียมตัวก่อนและหลัง ผ่าตัดแก้ไขตาปรือ

วิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขตาปรือที่ดี และสิ่งที่ควรดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้แผลหายเร็ว ที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการผ่าตัด และทำให้ชั้นตาสวย เข้าที่ได้เร็วขึ้น มีดังนี้

วิธีเตรียมตัวเองก่อนผ่าตัดแก้ไขตาปรือ

  • แจ้งโรคประจำตัว การแพ้ยา ประวัติการทำตา ให้แพทย์ทราบ
  • งดวิตามิน อาหารเสริม หรือยา ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • งดแต่งหน้า ต่อขนตา คอนแทคเลนส์ ก่อนวันผ่าตัด
  • งดติดเทปตาสองชั้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หากก่อนการผ่าตัด 2 สัปดาห์ มีอาการผิดปกติที่ผิวหนังบริเวณเปลือกตาให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

วิธีดูแลหลังตัวเองหลังผ่าตัดแก้ไขตาปรือ

  • ประคบเย็นหลังผ่าตัดอย่างน้อย 3 วัน บริเวณรอบดวงตาและหน้าผาก เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการเลือดออก และลดบวม
  • สามารถใช้ขี้ผึ้งทาเบา ๆ บริเวณแผลด้วยไม้พันสำลี เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น
  • รับประทานยาแก้อักเสบ ลดบวม และยาแก้ปวด (เมื่อมีอาการปวด) ตามแพทย์สั่ง
  • พักประคบเย็นวันที่ 5 วันที่ 6 หลังผ่าตัดให้เริ่มประคบด้วยน้ำอุ่น เพื่อลดบวม
  • ควรระมัดระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ โดนเหงื่อ หรือความมัน ในช่วงก่อนตัดไหม
  • ลดการใช้สายตาในการเล่นคอมและมือถือ
  • งดรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 1 เดือน และงดสูบบุหรี่ ประมาณ 1 สัปดาห์

แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง โดยทีมแพทย์ Lovely Specialist ที่ Lovely Eye & Skin Clinic

ที่ Lovely Eye & Skin Clinic ใช้เทคนิคการดึงกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ (Lovely Blepharoplasty Levator) เพื่อแก้ปัญหาตาปรือ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) โดยสามารถทำร่วมกับการทำตาสองชั้นได้เลย ซึ่งมีขั้นตอนที่ละเอียดกว่าการทำตาสองชั้นปกติในการลงลึกถึงระดับชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตา ให้กลับมาเป็นปกติ ตาไม่ปรือ เปลือกตาไม่ตกซ้ำอีก ทำให้ชั้นตาที่สวยคมชัด แต่ดวงตายังดูกลมโตขึ้น ตาสวยได้อย่างถาวร

แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง โดยทีมแพทย์ Lovely Specialist

แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง โดยทีมแพทย์ จากทาง Lovely Specialist

สรุป

ภาวะกล้ามเนื้อที่ตาอ่อนแรงจะทำให้เปิดตาได้ไม่เต็มที่ มองเห็นตาดำไม่เต็ม ทำให้ตาดูปรือ ดูง่วงนอนตลอดเวลา ซึ่งส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ ในบางรายที่เป็นมากอาจส่งผลต่อการมองเห็น และความรู้สึกรอบ ๆ ดวงตาด้วย ซึ่งอาการตาปรือ ตาง่วง เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นตั้งแต่เกิด อายุที่มากขึ้น โรคอุบัติเหตุที่บริเวณเปลือกตา หรือผลข้างเคียงจากการผ่าตัดบริเวณดวงตา สำหรับใครที่กำลังเผชิญปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง ตาปรือข้างเดียว ที่ Lovely Eye & Skin Clinic มีเทคนิคการดึงกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ (Lovely  Blepharoplasty Levator) เพื่อแก้ปัญหาตาปรือ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) ได้อย่างตรงจุดมากที่สุด โดยสามารถเข้ามาพบทีมแพทย์ Lovely Specialist ที่ Lovely Eye & Skin Clinic ได้เลย เราพร้อมดูแลทุกคน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการทำตาสองชั้น ได้ที่ Lovely Eye & Skin Clinic

 

เบอร์โทรศัพท์ : 02-382-0045, 061-405-0044

Line Official Account : @Lovelyeye

Messenger : https://www.facebook.com/KoreanEyeByDoctorCome

 

ข้อมูลโดย หมอมินา Lovely Eye พญ.มินา นราธิปกร ว. 43109

หนึ่งในทีมแพทย์ Lovely Specialist ศัลยกรรมตา เทคนิคหมอรวงข้าว เลิฟลี่อายแอนด์สกิน คลินิก (2563 - ปัจจุบัน)