
หากคุณกำลังประสบปัญหาอาการ "ตาปรือ ตาล้า หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง" ที่ทำให้ดูเหมือนง่วงนอนตลอดเวลาอยู่รึเปล่า อาการเหล่านี้หากปล่อยไว้นาน ไม่รีบทำการรักษาอาจก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าที่คิด ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา เช่น บางคนเปลือกตาบนตกลงมาปิดตาดำมากเกินกว่าปกติส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งในปัจจุบันคนส่วนมากใช้เวลาไปกับการเล่นโทรศัพท์มือถือหรือทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ดวงตาจึงอ่อนล้าได้ง่าย ทำให้เกิดภาวะตาอ่อนแรงตามมาร่วมด้วย ในบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการตาปรือมาให้ทราบกัน ไม่ว่าจะเป็น ตาปรือคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด และสามารถรักษาหรือแก้ไขได้อย่างไรบ้าง ดังนั้น เรามารู้จักอาการตาปรือกันเลยดีกว่า
|
Table of Contents |
- อาการตาปรือ ตาง่วง คืออะไร
- อาการตาปรือ ตาง่วง เกิดจาก
- ข้อเสียของอาการตาปรือที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
- เช็คอาการตาปรือได้ด้วยตนเอง
- แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง ด้วยการผ่าตัด
- วิธีเตรียมตัวก่อนและหลัง ผ่าตัดแก้ไขตาปรือ
- แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง โดยทีมแพทย์ Lovely Specialist ที่ Lovely Eye & Skin Clinic
- สรุป
อาการตาปรือ ตาง่วง คืออะไร
อาการตาปรือ (Ptosis) หรือ ตาง่วงนอน คือ ลักษณะอาการที่หนังตาด้านบนตกลงมา โดยอาจหย่อนลงมาเพียงเล็กน้อย หรือตกลงมาจนปิดตาดำมากกว่าปกติ ทำให้ดวงตาดูง่วงนอนไม่สดใส ตาดูเล็กเห็นตาดำลดลง บางคนอาจเจอลักษณะตาปรือจนตาดูไม่เท่ากัน ในบางรายที่หนังตาตกลงมามากจนปิดตาดำ จะส่งผลต่อการมองเห็นได้
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดลักษณะตาปรือที่พบมาก คือ เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) ซึ่งเป็นอาการที่กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ควบคุมการยกเปลือกตาแสดงอาการอ่อนล้ามากกว่าปกติ คนที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือออกแรงได้ไม่เต็มที่ เปลือกตาบนจะปิดทับตาดำลงมามากกว่า 2 มิลลิเมตร จนทำให้เห็นลูกตาดำทั้งสองข้างไม่เท่ากัน หรือบางรายอาจจะมีตาลึกโหล จนเห็นชั้นตามากกว่าหนึ่งชั้น
ดังนั้น ผู้ที่มีดวงตาปรือ ตาง่วงนอน จึงรู้สึกขาดความมั่นใจจนทำให้เสียบุคลิกภาพ เพราะใบหน้าที่ดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ดูอ่อนเพลีย หน้าตาไม่สดใส ดวงตาดูเล็ก หน้าดูแก่กว่าวัย โดยอาการดังกล่าวสามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
อาการตาปรือ ตาง่วง เกิดจาก
7 สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ตาปรือ มีดังต่อไปนี้
- กรรมพันธุ์ : ตาปรือตั้งแต่กำเนิดเนื่องจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ใช้ยกหนังตา (Levator Muscle)
- อายุที่มากขึ้น : ทำให้กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อที่คอยพยุงหนังตา เสื่อมสภาพลง
- ปัจจัยทางพฤติกรรม : การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการตาล้า รวมถึง การพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนล้าได้
- ความผิดปกติของเส้นประสาท และกล้ามเนื้อ : โรค MG (Myasthenia Gravis) ,โรคหลอดลเือดสมอง (Stroke) ส่งผลให้กล้ามเนื้อเปิด-ปิดหนังตา ทำงานผิดปกติ
- อุบัติเหตุ : การบาดเจ็บบริเวณดวงตา หรือใบหน้า อาจทำให้เส้นประสาทกล้ามเนื้อ ที่ควบคุมหนังตาเสียหาย
- การผ่าตัด : การผ่าตัดบริเวณดวงตา หรือใบหน้าที่ผิดพลาด อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการดังกล่าว
- โรคบางชนิด : เบาหวาน ความดัน หรือมะเร็ง ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการได้เช่นกัน
ข้อเสียของอาการตาปรือที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
- อาการตาปรือทำให้ดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ ทำให้เสียความมั่นใจ
- การมองเห็นอาจไม่ชัดเจน เพราะเปลือกตาที่ตกลงมาบดบังลูกตา ในระยะยาวอาจส่งผลให้การมองเห็นจะค่อย ๆ แย่ลง
- เกิดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก จากการที่ต้องเลิกคิ้ว เพื่อเบิกตาให้กว้างขึ้นบ่อยๆ
- ตาสองข้างอาจดูไม่เท่ากัน ส่งผลให้ใบหน้าดูไม่สมดุล และอาจทำให้แต่งหน้ายาก

เช็คอาการตาปรือได้ด้วยตนเอง
คุณสามารถสังเกตอาการตาปรือได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ดังนี้ โดยอาจจะมีหลายข้อหรือข้อเดียวก็ได้ และควรให้แพทย์พิจารณาร่วมด้วย
- ดวงตาดูไม่เท่ากัน และบริเวณเปลือกตาบนตกจนปิดตาดำ จนทำให้เห็นลูกตาดำทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
- ตาลึกโหล จนเห็นชั้นตามากกว่าหนึ่งชั้น
- ดวงตาไม่เบิกกว้าง ตาดูโบ๋ลึก
- บางครั้งอาจมีอาการร่วมกับตาเหล่ ตาขี้เกียจ หรือมองเห็นไม่ชัด
แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง ด้วยการผ่าตัด
วิธีแก้ตาปรือด้วยการผ่าตัด หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) จะเป็นการผ่าตัดบริเวณด้านในของเปลือกตาตรงบริเวณกล้ามเนื้อตา โดยเป็นการแก้ปัญหาตรงบริเวณที่กล้ามเนื้อตาทำงานอ่อนแรงร่วมด้วย เพื่อปรับระดับและยกบริเวณเปลือกตาขึ้นทำให้ตาดูเปิดกว้าง และดูเท่ากัน ซึ่งการแก้ไขปัญหาตาปรืออาจต้องทำร่วมกับการศัลยกรรมตาสองชั้น เพื่อเปิดแผลบริเวณรอยพับตาและไปปรับกล้ามเนื้อเพื่อยกเปลือกตา การผ่าตัดแก้ไขตาปรือเหมือนคนง่วงนอนจึงมีวิธีการที่ซับซ้อน ต้องทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ
หลังการผ่าตัดแก้ไขปัญหาตาปรือ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) จะทำให้มีชั้นตาที่สวย เท่ากัน เห็นตาดำชัดขึ้น ทำให้ดวงตาดูกลมโต การมองเห็นจะดีขึ้น ชัดขึ้น หมดปัญหาเรื่องการเลิกหน้าผากที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากเกร็ง และอาจทำให้เกิดริ้วรอยตามมา
วิธีเตรียมตัวก่อนและหลัง ผ่าตัดแก้ไขตาปรือ
วิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขตาปรือที่ดี และสิ่งที่ควรดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อให้แผลหายเร็ว ที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการผ่าตัด และทำให้ชั้นตาสวย เข้าที่ได้เร็วขึ้น มีดังนี้
วิธีเตรียมตัวเองก่อนผ่าตัดแก้ไขตาปรือ
- แจ้งโรคประจำตัว การแพ้ยา ประวัติการทำตา ให้แพทย์ทราบ
- งดวิตามิน อาหารเสริม หรือยา ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดแต่งหน้า ต่อขนตา คอนแทคเลนส์ ก่อนวันผ่าตัด
- งดติดเทปตาสองชั้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หากก่อนการผ่าตัด 2 สัปดาห์ มีอาการผิดปกติที่ผิวหนังบริเวณเปลือกตาให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
วิธีดูแลหลังตัวเองหลังผ่าตัดแก้ไขตาปรือ
- ประคบเย็นหลังผ่าตัดอย่างน้อย 3 วัน บริเวณรอบดวงตาและหน้าผาก เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการเลือดออก และลดบวม
- สามารถใช้ขี้ผึ้งทาเบา ๆ บริเวณแผลด้วยไม้พันสำลี เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น
- รับประทานยาแก้อักเสบ ลดบวม และยาแก้ปวด (เมื่อมีอาการปวด) ตามแพทย์สั่ง
- พักประคบเย็นวันที่ 5 วันที่ 6 หลังผ่าตัดให้เริ่มประคบด้วยน้ำอุ่น เพื่อลดบวม
- ควรระมัดระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ โดนเหงื่อ หรือความมัน ในช่วงก่อนตัดไหม
- ลดการใช้สายตาในการเล่นคอมและมือถือ
- งดรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 1 เดือน และงดสูบบุหรี่ ประมาณ 1 สัปดาห์
แก้ปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง โดยทีมแพทย์ Lovely Specialist ที่ Lovely Eye & Skin Clinic
ที่ Lovely Eye & Skin Clinic ใช้เทคนิคการดึงกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ (Lovely Blepharoplasty Levator) เพื่อแก้ปัญหาตาปรือ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) โดยสามารถทำร่วมกับการทำตาสองชั้นได้เลย ซึ่งมีขั้นตอนที่ละเอียดกว่าการทำตาสองชั้นปกติในการลงลึกถึงระดับชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อปรับระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตา ให้กลับมาเป็นปกติ ตาไม่ปรือ เปลือกตาไม่ตกซ้ำอีก ทำให้ชั้นตาที่สวยคมชัด แต่ดวงตายังดูกลมโตขึ้น ตาสวยได้อย่างถาวร


สรุป
ภาวะกล้ามเนื้อที่ตาอ่อนแรงจะทำให้เปิดตาได้ไม่เต็มที่ มองเห็นตาดำไม่เต็ม ทำให้ตาดูปรือ ดูง่วงนอนตลอดเวลา ซึ่งส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ ในบางรายที่เป็นมากอาจส่งผลต่อการมองเห็น และความรู้สึกรอบ ๆ ดวงตาด้วย ซึ่งอาการตาปรือ ตาง่วง เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นตั้งแต่เกิด อายุที่มากขึ้น โรคอุบัติเหตุที่บริเวณเปลือกตา หรือผลข้างเคียงจากการผ่าตัดบริเวณดวงตา สำหรับใครที่กำลังเผชิญปัญหาตาปรือ ตาล้า ตาง่วง ตาปรือข้างเดียว ที่ Lovely Eye & Skin Clinic มีเทคนิคการดึงกล้ามเนื้อตาลีเวเตอร์ (Lovely Blepharoplasty Levator) เพื่อแก้ปัญหาตาปรือ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) ได้อย่างตรงจุดมากที่สุด โดยสามารถเข้ามาพบทีมแพทย์ Lovely Specialist ที่ Lovely Eye & Skin Clinic ได้เลย เราพร้อมดูแลทุกคน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการทำตาสองชั้น ได้ที่ Lovely Eye & Skin Clinic
เบอร์โทรศัพท์ : 02-382-0045, 061-405-0044
Line Official Account : @Lovelyeye
Messenger : https://www.facebook.com/KoreanEyeByDoctorCome

ข้อมูลโดย หมอมินา Lovely Eye พญ.มินา นราธิปกร ว. 43109
หนึ่งในทีมแพทย์ Lovely Specialist ศัลยกรรมตา เทคนิคหมอรวงข้าว เลิฟลี่อายแอนด์สกิน คลินิก (2563 - ปัจจุบัน)

